CEO INSIGHT

แม่ทัพใหม่ ‘ดีแทค’ กับภารกิจสุดท้าทาย แข่ง ‘สมรภูมิ 5G’

เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้เพียง 2 สัปดาห์ สำหรับ “ชารัด เมห์โรทรา” ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นห้วงเวลาแห่งความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะการรบในสมรภูมิ 5G ที่คาดว่าจะเปิดใช้เป็นทางการในไทยภายในปี 2562 นี้

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา “ชารัด เมห์โรทรา” ได้เริ่มเรียนรู้และปฏิบัติหน้าที่ในดีแทค ด้วยการออกสำรวจตลาด พบปะลูกค้า พูดคุยกับพนักงาน และที่สำคัญคือ การเข้าร่วมประมูล 5G โดยเลือกประมูลคลื่นความถี่ย่าน 26GHz จำนวน 200 MHz มาครองเพื่อขยายบริการสู่ 5G

ชารัด เมห์โรทรา

ชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค ประกาศย้ำจุดยืนของดีแทค ที่ใช้มาตั้งแต่ซีอีโอคนก่อนหน้าของดีแทค “อเล็กซานดรา ไรช์” นั่นคือ “จะไม่หยุด” ทั้งการเรียนรู้และการพัฒนาเครือข่าย เพื่อเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับลูกค้า

ดังนั้น การทำงานของดีแทค จึงเน้นที่การตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นหลักใจความสำคัญ ซึ่งพบว่า ปัจจุบันสิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ ความสะดวกสบายและความยืดหยุ่น,ประสบการณ์การใช้งานที่ต่อเนื่อง และความเร็วในการใช้ดาต้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการดูวิดีโอสตรีมมิ่ง การเล่นเกม เป็นต้น

“เราพบว่า การใช้งานดาต้าของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2561 อยู่ที่ 8% จากการใช้งานมือถือในภาพรวม ต่อมาในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 11% และปี 2563 นี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 16 % ส่วนในปี 2564 คาดจะเติบโตถึง 50%

การใช้งานดาต้าที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ดีแทค เข้าร่วมประมูล 5G และวางเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการคลื่น 26 GHz ซึ่งประมูลได้มา 2 สล็อต รวมจำนวน 200 MHz ซึ่งสามารถนำมาให้บริการ 5G อินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ไร้สาย หรือเน็ตบ้าน ซึ่งจะทำความเร็วได้สูงสุดราว 1Gbps ในพื้นที่ที่กำหนดเปิดให้บริการ คาดว่าจะเปิดให้บริการราวไตรมาส 2 ปีนี้

นอกจากนี้ ดีแทคยังพร้อมให้บริการ 5G บนคลื่น 700 MHz เพื่อเพิ่มการครอบคลุมใช้งาน 5G โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคของประเทศ ซึ่งปีนี้วางแผนการลงทุนขยายโครงข่ายเพิ่มประมาณ 13,000-14,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสถานีฐาน TDD จากปัจจุบันมีอยู่กว่า 17,000 สถานีฐาน จะเพิ่มเป็นกว่า 20,000 สถานีฐานภายในปี 2563 นี้ รวมถึงการให้บริการ [email protected] บน Massive MIMO

ชารัด ยังบอกเหตุผลที่เลือกประมูลคลื่น 26 GHz ว่า เป็นการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอคลื่นความถี่ของดีแทคให้ครบทั้งย่านคลื่นความถี่ต่ำ ที่มี 900 MHz และ 700 MHz คลื่นความถี่ย่านระดับกลาง ที่มี 2300MHz , 2100MHz  และ1800MHz  อยู่แล้ว ซึ่ง คลื่น 26 GHz เป็นคลื่นความถี่ย่านสูง ที่จะให้ความเร็วเพิ่มขึ้น และความหน่วงที่ลดลงกว่าคลื่นความถี่กลาง รวมทั้งสามารถผลิตยูส เคส หรือการใช้งานใหม่ๆ ที่ต้องการใช้ความสูงแบบไฟเบอร์ได้ และยังเป็นคลื่นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในหลายประเทศ เช่น เยอรมนีฅ อังกฤษ สเปน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูปริมาณคลื่นในมือ เทียบกับอีก 2 ค่ายคู่แข่งแล้ว ต้องยอมรับว่า ดีแทค ยังเป็นรอง แต่ในมุมนี้ ดีแทค มองว่า การสร้างประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีให้กับลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญสูงสุด ซึ่งดีแทคเชื่อมั่นว่า จำนวนคลื่นที่มีอยู่และแผนการขยายโครงข่ายสัญญานเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ จะทำให่ดีแทคสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเพียงพอ

นอกจากนี้ ดีแทคยังมองว่า 5G ของประเทศไทย ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งยังต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาอีโคซิสเต็มในส่วนต่างๆ ให้เกิดตามมา จึงจะมีการใช้งานได้อย่างเห็นความชัดเจนและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้งานกับเอไอ การพัฒนาไอโอที แมชชีนเลิร์นนิ่ง ซึ่งองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ จะเปิดในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมก่อน จึงจะเริ่มเห็นความชัดเจนในกลุ่มลูกค้าทั่วไป

“5G หากใช้งานเฉพาะบนมือถือ ก็ไม่ต่างจาก 4G การที่บอกว่า 5G จะมาเปลี่ยนชีวิต ไม่ได้เกิดเพราะการเปิด 5G แต่จะเกิดจากการใช้งานในรูปแบบต่างๆ นอกเหนือจากการใข้งานบนมือถือ”นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทคโนโลยี ดีแทค กล่าวเสริม

กล่าวโดยสรุป ดีแทควางเป้าหมายเบื้องต้น จะเปิดใช้งาน 5G โดยจะใช้คลื่น 700 MHz และ 26 GHz ซึ่งคาดว่าจะเริ่มภายในกลางปีนี้ โดยเริ่มจากเน็ตบ้านเพื่อแทนที่ไฟเบอร์ในรูปแบบเดิม

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของดีแทคในปีนี้ จะอยู่ภายใต้ 3 กลยุทธ์ ได้แก่

  • การพัฒนาและปรับปรุงเพื่อประสบการณ์ลูกค้า

นอกจากการเปิดบริการ 5G ในปี 2563 ดีแทคมีแผนพัฒนานวัตกรรมบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้งาน 5G ไร้สายความเร็วสูง อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงประจำที่ และคอนเทนท์รูปแบบใหม่ โซลูชั่นอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ IoT สำหรับอุตสาหกรรม และพัฒนารูปแบบใช้งาน

“การได้คลื่น 5G เป็นแค่การเริ่มต้นของเส้นทาง ซึ่งยังมีส่วนประกอบต่างๆ อีกมากที่จะตามมาในไตรมาสต่างๆ ของปีนี้ เป้าหมายของเราคือไม่หยุดพัฒนาโซลูชั่นในการเชื่อมต่อการใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ไม่ว่าจะการใช้งานของลูกค้าในเมือง ในพื้นที่ภูมิภาค เรามุ่งมั่นที่จะเชื่อมต่อลูกค้ากับสิ่งที่สำคัญที่สุดและเพิ่มศักยภาพให้สังคม” นายชารัด กล่าว

  • เพิ่มความแข็งแกร่งของโครงข่าย

นอกจากดีแทคจะเปิดบริการ 5G แล้ว ดีแทคยังให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพโครงข่ายปัจจจุบันเพื่อสัญญาณขยายครอบคลุมการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งดีขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า โดยการเร่งขยาย Massive MIMO เทคโนโลยีความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใช้งานหนาแน่นทั่วประเทศ และขยายโครงข่ายเพื่อให้บริการเพิ่มอีกหลายพันสถานีฐานสำหรับการใช้งาน 4G คลื่น 2300 MHz ที่ให้บริการบนคลื่นทีโอที โดยคาดว่าจะมีสถานีฐานให้บริการ 4G คลื่น 2300 MHz มากกว่า 20,000 สถานีในปลายปี 2563

  • การเตรียมความพร้อมสู่อนาคต

ในส่วนนี้จะให้ความสำคัญกับการทำงานที่เรียบง่าย ซื่อตรง เข้าถึง, การออกแบบสินค้าและบริการให้ใช้งานง่าย และตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล ตลอดจนมอบโซลูชั่นที่ใช้งานได้จริงสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ

ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุกลยุทธ์ดังกล่าว ดีแทคได้ปรับองค์กรสู่รูปแบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น โดยในปี 2562 ได้เพิ่มพนักงานที่มีทักษะดิจิทัลอีก 25% และปีนี้ตั้งเป้าจะเพิ่มพนักงานที่มีทักษะดังกล่าวอีก 50% อีกทั้งรูปแบบการทำงานแบบ Agile ที่นำมาใช้ยังช่วยลดการทำงานที่ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหลือเพียงเป็นชั่วโมง และทำให้ออกแบบบริการเพื่อลูกค้าได้ในเวลารวดเร็วอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT