Digital Economy

3 ค่ายยักษ์ใหญ่ประกาศชัยชนะประมูลคลื่น 5G

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ผมและคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประมูล 5G ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งผลการประมูลก็คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค หรือ AWN ในกลุ่มเอไอเอส ประมูลได้ใบอนุญาต ทั้ง 3 คลื่นความถี่ ครับ

  • คลื่นความถี่ 700 MHz จำนวน 1 ชุด รวม 2×5 MHz ในราคา 17,154 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) รวมคลื่น 700 เดิมที่ได้รับจัดสรร เมื่อเดือน มิถุนายน 2562 จำนวน 2×10 MHz รวมมีคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนทั้งสิ้น 2×15 MHz
  • คลื่นความถี่ 2600 MHz จำนวน 10 ชุด รวม 100 MHz ในราคา 19,561 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • คลื่นความถี่ 26 GHz จำนวน 12 ชุด รวม 1200 MHz ในราคา 5,345 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่มากที่สุดในอุตสาหกรรม คือ 1,450 MHz เพื่อส่งมอบบริการทั้ง 4Gและ 5G ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย เพราะ 5G มีประโยชน์อย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรม และการดำเนินธุรกิจ ที่สำคัญที่สุดคือ ยกระดับการให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในทุกระดับ

“เชื่อว่านี่คืออีกก้าวสำคัญของเรา ที่มาจากความตั้งใจของชาวเอไอเอสทุกคนซึ่งยืนยันว่าจะมุ่งมั่น ทุ่มเท นำคลื่นความถี่ที่ประมูลในวันนี้มาพัฒนาเพื่อคนไทยและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศอย่างดีที่สุดครับ” นายสมชัย กล่าว

นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600MHz และ 26GHz ในครั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทที่จะเป็นเครือข่ายที่ดีที่สุด ซึ่งต้องเติมเต็มคลื่นความถี่ในปริมาณที่มากขึ้นให้เพียงพอรองรับทุกการเปลี่ยนแปลง และมีครบทั้งย่านความถี่ต่ำและย่านความถี่สูง โดยเฉพาะคลื่นความถี่ย่าน 2600MHz ที่ชนะการประมูลครั้งนี้ นับเป็นคลื่นความถี่หลักที่จะสร้างความได้เปรียบในการให้บริการ 5G ของกลุ่มทรูได้อย่างโดดเด่นและเหนือชั้น เพราะนอกจากจะเป็นคลื่นความถี่ที่เหมาะสมกับการให้บริการ 5G มี Ecosystem ทั้งอุปกรณ์โครงข่าย สมาร์ทโฟนพร้อมรองรับในตลาดแล้วทั่วโลก ยังเป็นคลื่นความถี่ในย่านเดียวกันกับบริการ 5G ของไชน่าโมบายล์ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของกลุ่มทรู ที่พร้อมสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้ ความชำนาญ และ Best Practice เพื่อเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กลุ่มทรูสามารถเปิดให้บริการ 5G ได้เร็วที่สุด และสร้างสรรค์บริการได้หลากหลายรอบด้านมากที่สุด ขณะเดียวกัน คลื่นในย่านความถี่ย่านต่ำ ทั้ง 700MHz 850MHz และ 900MHz ที่บริษัทมีอยู่แล้ว สามารถผสมผสานในการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี

สำหรับมูลค่าการประมูลคลื่น 5G ในครั้งนี้ เป็นไปตามที่บริษัทได้ประเมินไว้ ซึ่งได้ศึกษามาแล้วอย่างรอบคอบ พร้อมกับมีบริษัทที่ปรึกษาช่วยพิจารณาประเมินราคาที่เหมาะสมทางธุรกิจ ทำให้บริษัทได้ถือครองคลื่นความถี่ในย่านที่เหมาะสมและคุ้มค่าในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยทันทีที่บริษัทได้รับใบอนุญาตจากกสทช. จะสามารถนำคลื่นความถี่ที่ประมูลได้มาเพิ่มศักยภาพการให้บริการ 4G ในปัจจุบันได้ทันที โดยจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้บริการดาต้าที่ดียิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าที่ต้องการความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันจะเร่งพัฒนาเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดให้พร้อมใช้งานให้เร็วที่สุด เพื่อร่วมสร้างประโยชน์ให้กับทั้งภาคธุรกิจและประชาชนชาวไทย

“การประมูลคลื่น 5G ในครั้งนี้ ได้พลิกโฉมวงการโทรคมนาคมไทย เข้าสู่การให้บริการในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง และเป็นโอกาสที่สำคัญที่ทำให้กลุ่มทรูจะเป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลง ให้ประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า และสร้างสรรค์บริการ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้บริการที่ดีที่สุด” นายอาณัติ กล่าว

ขณะที่นายชารัด เมห์โรทา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ประกาศภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประมูลว่า ดีแทคไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อลูกค้า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราได้ลงทุนครั้งสำคัญเพื่อนำเทคโนโลยีชั้นนำ และคลื่นความถี่ใหม่ เพื่อลูกค้าของเราจะได้ประสบการณ์ใช้งานดาวน์โหลดที่ได้รับการยอมรับว่าเร็วที่สุดในไทย สำหรับการเตรียมพร้อม 5G เราได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2561 ในการขยายโครงข่ายด้วยเทคโนโลยี 4G TDD ที่ให้บริการบนคลื่นความถี่ 2300 MHz ของทีโอที และตามด้วยการได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHz ในปี 2562 สำหรับการคว้าคลื่น 5G (ความถี่ย่าน 26 GHz หรือ mmWave) ทำให้ขณะนี้ดีแทคพร้อมแล้วในการให้บริการด้วยชุดคลื่นความถี่ทั้งย่านต่ำ-กลาง-สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการให้บริการรับส่งข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุด”

ด้วยคุณสมบัติพิเศษของคลื่น 26 GHz หรือ mmWave ซึ่งเป็นคลื่นที่เหมาะในการใช้งานความเร็วสูงสุดเพื่อรับส่งข้อมูล และสามารถเพิ่มความจุของช่องสัญญาณในปริมาณมหาศาลที่มีความแม่นยำในการใช้งาน สำหรับการรองรับนวัตกรรม 5G ต่างๆ ที่เชื่อมต่อ Massive IoT ในอนาคตได้อย่างแท้จริง

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team