Branding

เจ้าตำนานชูกำลังไทย ‘ลิโพ’ เมินตลาดแข่งเดือด ขอยึดแชมป์ ‘พรีเมียม’

นับเป็นเจ้าแรกที่เข้ามาสร้างตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเมืองไทยในปี 2508 จนถึงปัจจุบัน แบรนด์ “ลิโพวิตัน-ดี” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ลิโพ” ยืนหยัดในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเมืองไทยมาแล้วถึง 55 ปี

ต้องยอมรับว่า การเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาสร้างการรับรู้ และยืนหยัดในตลาดได้นานถึง 55 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ลิโพก็ทำได้ โดยเฉพาะการปรับตำแหน่งแบรนด์จากตลาดแมสที่มีการแข่งขันรุนแรงด้วยราคา 10 บาท ขยับหนีไปที่ราคา 12 บาท พร้อมทั้งปรับภาพลักษณ์สร้างตลาดพรีเมียมชนิดยืนหนึ่ง จากปัจจุบันที่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียมมีสัดส่วนประมาณ 20% และตลาดแมส 80% จากตลาดรวมชูกำลังมูลค่า 23,000 ล้านบาท

นางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2563ภาพลักษณ์ของเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศไทยมีความพรีเมียมมากขึ้นต่างจากในอดีต การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลถึงการวางกรอบความเป็นพรีเมียมของแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่าง กลุ่มนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ และนักกีฬา

วรรณิภา ภักดีบุตร

จากความได้เปรียบในโจทย์ข้อนี้ของโอสถสภา คือ การเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแบรนด์ “ลิโพ” เครื่องดื่มบำรุงกำลังพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น และการสนับสนุนอย่างดีจาก “ไทโช ฟาร์มาซูติคอล” (Taisho Pharmaceutical) เจ้าของไลเซนส์มายาวนานถึง 55 ปี

แบรนด์ “ลิโพ” ถือเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลังรายแรกของประเทศไทย โดยเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทโช ฟาร์มาซูติคอล จำกัด เจ้าของ ไลเซนส์ ลิโพ จากประเทศญี่ปุ่น จนถึงปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้สูงถึง 300 ล้านขวดต่อปี

ยูคิโอะ ซาวาดะ

นายยูคิโอะ ซาวาดะ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท โอสถสภา ไทโช ฟาร์มาซูติคอล จำกัด กล่าวถึงก้าวเดินของ ลิโพ นับจากนี้ว่า จะเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกและความหลากหลายให้ผู้บริโภค โดยหนึ่งในเทรนด์ที่บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาคือ การพัฒนาสินค้าเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ สำหรับเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง ซึ่งเป็นการขยายฐานสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ จากเดิมที่เป็นผู้ชายเป็นหลัก

“ในประเทศไทย มีจำนวนประชากรผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และจากการกระแสการออกกำลังการและเทรนด์รักสุขภาพ ทำให้ผู้หญิงสนใจดื่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังหรือชูกำลังมากขึ้น ทำให้เทรนด์ของเครื่องดื่มชูกำลังที่ใส่ประโยชน์จากสารอาหารต่างๆ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น”นายซาวาดะกล่าว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า แม้จะเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาเปิดตลาดจนสร้างตำนานเครื่องดื่มชูกำลังให้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่จากการเกิดของแบรนด์คู่แข่ง ทั้งแบรนด์ใหญ่และแบรนด์ย่อยจำนวนมาก ทำให้ ปัจจุบัน ลิโพ มีส่วนแบ่งในตลาดรวมประมาณ 9-10% เท่านั้น

หากแต่ประเด็นดังกล่าว ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับ ลิโพ โดย นายซาวาดะ กล่าวว่า ลิโพจะยังเดินหน้าเพิ่มการผลิตและขยายตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการเป็นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียม และไม่ลงไปแข่งขันในตลาดแมส ทำให้มีกลุ่มเป้าหมายหลักที่ชัดเจนโดยเฉพาะกลุ่มคนเมือง

“การยึดมั่นในคุณภาพวัตถุดิบ และตลาดนิชมาร์เก็ต จะเป็นเป้าหมายในการพัฒนาแบรนด์ ลิโพ ต่อไป”นายซาวาดะกล่าว

 

ดังนั้น ในโอกาสครบรอบ 55 ปี ลิโพจึงได่จัดแคมเปญ “55 ปีแห่งการส่งต่อ ลิโพผสมทอรีนคุณภาพญี่ปุ่น 1,000 มก” ซึ่งถือเป็นแคมเปญแรกในรอบหลายปีของแบรนด์ลิโพ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพญี่ปุ่นอย่างแท้จริงด้วยส่วนผสมของ “ทอรีนคุณภาพญี่ปุ่น 1,000 มก.” ซึ่งมากที่สุดในบรรดาเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศไทย และตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นพรีเมียมที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น รวมทั้งปรับโฉมแพ็คเกจจิ้งใหม่ เพิ่มฉลากภาษาญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่ถ่ายทอดผ่าน 3 คาแรคเตอร์ญี่ปุ่น ให้ความหมายสื่อถึงคุณประโยชน์ในเครื่องดื่มบำรุงกำลังลิโพได้อย่างชัดเจน ได้แก่ ‘ซูโม่’ สื่อถึงความแข็งแรง ช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกาย ‘นินจา’ สื่อถึงความกระฉับกระเฉงว่องไว และ ‘ซามูไร’ สื่อถึงดวงตาที่เฉียบคม จากการช่วยบำรุงสายตา

ประวาล โรจนพฤกษ์

ด้านนายประวาล โรจนพฤกษ์ ผู้อำนวยการการตลาด ผลิตภัณฑ์ ลิโพ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า แบรนด์ เอ็ม150 ยังคงเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง และเมื่อรวมทุกแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังของ โอสถสภา โดยมีแบรนด์หลักคือ เอ็ม 150, ตามด้วย ฉลาม, ลิโพ, โสมอินซัม ทำให้ โอสถสภา สามารถครองความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังได้อย่างเหนียวแน่น

แม้ว่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังจะอยู่ในภาวะทรงตัว หรือเติบโตน้อยมาก แต่สำหรับโอสถสภาแล้ว ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่ต้องลุยทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาด ทั้งการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และกระตุ้นตลาดรวมให้เติบโตเพิ่มขึ้น

 

 

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT