Business

‘สุวรรณภูมิ’ เปิดศูนย์รับผู้โดยสารตกค้าง หลังไวรัสระบาดทำ 7 พันคนกลับ ‘อู่ฮั่น’ ไม่ได้

“สนามบินสุวรรณภูมิ” ตั้งศูนย์รับผู้โดยสารตกค้าง หลังไวรัสโคโรนาระบาดจน “เมืองอู่ฮั่น” ถูกสั่งปิด จับตานักท่องเที่ยวจีน 6-7 พันคนกลับบ้านไม่ได้

นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์  สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในเมืองอู่ฮั่น และเริ่มมีการแพร่ระบาดไปยังเมืองอื่นๆ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางการจีนจึงมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคฯ โดยมีการปิดระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทางเข้า – ออกเมืองอู่ฮั่น ส่งผลให้สายการบินไชน่าเซาท์เทิรน์ แอร์ไลน์ (China Soutern Airlines) ที่ทำการบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจำนวน 3 เที่ยวบิน (ขาเข้า 3 เที่ยวบิน และขาออก 3 เที่ยวบิน) ยกเลิกเที่ยวบินไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ (24 ม.ค.) และจะยกเลิกไปถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 นั้น

การยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าวอาจส่งผลให้มีผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาก่อนหน้าที่ทางการจีนจะประกาศปิดสนามบิน ไม่สามารถเดินทางกลับไปยังเมืองอู่ฮั่นได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารชาวจีนที่ตกค้างจากเหตุดังกล่าว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจึงได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกให้บริการผู้โดยสาร (AIRPORT OPERATION CENTER) ในระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้อง CIP 5 ชั้น 3 อาคารผู้โดยสาร หมายเลขโทรศัพท์ 0 2132 9950

โดยภายในศูนย์จะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, สายการบิน, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), ตำรวจท่องเที่ยว ฯลฯ นั่งประจำศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังได้มีการจัดล่ามภาษาจีนคอยให้บริการและแนะนำข้อมูลให้กับผู้โดยสารชาวจีนเพิ่มเติมอีกด้วย

นักท่องเที่ยวอู่ฮั่น 6-7 พันคนยังอยู่ไทย

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินว่า ผู้โดยสารที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและยังอยู่ในประเทศไทยมีประมาณ 6,000-7,000 คน โดยคาดว่าในวันพรุ่งนี้ (26 ม.ค.) หรือวันมะรืนนี้ (27 ม.ค.) ผู้โดยสารส่วนใหญ่คงเดินกลับไปยังประเทศจีน เนื่องจากสิ้นสุดเทศกาลตรุษจีนแล้ว

โดยปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารชาวจีนเดินทางเข้า-ออกประมาณ 4-5 หมื่นคนต่อวัน แบ่งเป็นขาเข้าและออกอย่างละครึ่ง หรือประมาณขาละ 20,000-25,000 คนต่อวัน ดังนั้น ถ้าผู้โดยสารต้องการเดินทางไปยังเมืองอื่นๆ ของประเทศจีน ก็มีเที่ยวบินรองรับอย่างเพียงพอ หรือหากนักท่องเที่ยวชาวจีนมีเหตุจำเป็นให้ต้องอยู่ในประเทศไทยเกินกว่าที่ได้รับอนุญาติ ทางสนามบินก็จะประสาน ตม. เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่า

เพิ่มคัดกรองผู้โดยสารจาก “กวางโจว”

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีมาตรการในการเฝ้าระวังและคอยติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยมีการประสานการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 2 และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และล่าสุดได้เพิ่มการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองกวางโจว

โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ขอความร่วมมือให้สายการบินที่มีเที่ยวบินมาจากเมืองดังกล่าวไปจอดที่อาคารเทียบเครื่องบินที่กำหนดเป็นการเฉพาะ ซึ่งด่านควบคุมโรคฯ จะทำการติดตั้งเครื่อง Thermo Scan เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารบริเวณอาคารเทียบเครื่องบินที่ถูกกำหนด เพื่อทำการคัดกรองตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข หากพบผู้ป่วยต้องสงสัย ด่านควบคุมโรคฯ จะทำการตรวจร่างกายเพิ่มเติมและติดต่อสถาบันบำราศนราดูรเพื่อมารับตัวไปรักษาต่อไป

สำหรับสายการบินที่มีเส้นทางบินจากเมืองกวางโจวมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีทั้งหมด 4 สายการบิน ประกอบด้วยสายการบินไทย, สายการบินไชน่า เซ้าเทิรน์แอร์ไลน์, สายการบินสปริงค์ แอร์ไลน์ และสายการบินเคนยา แอร์เวย์ รวมมีเที่ยวบินขาเข้า 13 เที่ยวบิน และขาออก 12 เที่ยวบิน

แนะคอนเฟิร์มเที่ยวบินก่อนเดินทาง

นอกจากนี้แล้ว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านสุขอนามัยให้กับผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นที่ที่ผู้โดยสาร อาทิ รถเข็นกระเป๋า ห้องน้ำ จุดกรอกเอกสาร ตม.ขาเข้า  บริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ และบริเวณเครื่องออกบัตร Taxi Kiosk เป็นต้น รวมทั้ง ได้ติดตั้งเครื่องจ่ายแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ณ บริเวณทางออกประตูเทียบเครื่องบินขาเข้าทุกประตูและพื้นที่อื่น ๆ ที่มีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีการเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการเตรียมแผนรองรับไว้หากมีการประกาศเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวเพิ่มเติม และพร้อมสนับสนุนการทำงานของด่านควบคุมโรคฯ อย่างเต็มที่ในทุก ขณะเดียวกันขอให้ผู้โดยสารที่กำลังจะมีแผนการเดินทางไปยังเมืองต่างๆในประเทศจีนในช่วงเวลานี้ คอยติดตามรับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวมีแนวโน้มจะระบาดไปยังเมื่องอื่นของจีนเพิ่มเติม

“ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขอความกรุณาผู้โดยสารตรวจสอบตารางการบินก่อนเดินทางมาสนามบิน และกรุณาสอบถามข้อมูลเที่ยวบินได้ที่สายการบินที่ท่านจะเดินทางว่าสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้หรือไม่ เพื่อไม่ต้องมาตกค้างที่สนามบิน หรือเสียเวลาเดินทางเข้ามายังท่าอากาศยาน” นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์กล่าว

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE