Economics

จ่อรีดค่าธรรมเนียม ‘ปล่อยฝุ่น PM2.5’ จากรถทุกประเภท สั่งศึกษา 30 วันได้ข้อสรุป   

“ศักดิ์สยาม” สั่งศึกษารีดค่าธรรมเนียม “ปล่อยฝุ่น PM2.5.” จากรถยนต์ทุกประเภท คาด 30 วันได้ข้อสรุป เริ่มเก็บได้ปีนี้ ด้าน “รถไฟ” ต้องใช้หัวรถจักรที่มีคุณภาพ ติดฟิลเตอร์กรองควันดำ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมประสานแผนปฏิบัติการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) วานนี้ (24 ม.ค.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยปัญหานี้มาก จึงได้สั่งการมายังกระทรวงคมนาคมโดยตรง ให้บูรณาการกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน จัดทำมาตรการส่งเสริมการให้รถใช้เชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำมันดีเซลบี 20 (น้ำมันดีเซลผลมน้ำมันปาล์ม 20%) ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (NGV) และเชื้อเพลิงไฟฟ้า (EV) เป็นต้น โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคม ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ศึกษาแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถทุกประเภทที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้เชื้อเพลิงที่สร้างปัญหา PM 2.5 ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน จากนั้นให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

หาก ครม. เห็นชอบก็ให้ดำเนินการทันที ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2563 โดยจะกำหนดเป็นเงื่อนไขในการต่อทะเบียนรถยนต์ประจำปี เบื้องต้นแนวทางในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ นั้น จะดำเนินการกับรถทุกประเภทที่ใช้เชื้อเพลิงสร้างมลภาวะให้เกิดปัญหา PM 2.5 หากตรวจพบว่าเป็นรถที่สร้างปัญหาก็จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันจะเชิญผู้ประกอบการรถบรรทุกมาหารือถึงการออกมาตรการจำกัดเวลาการเดินรถในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พิจารณาปรับลดค่าจอดรถบริเวณลานจอดรถของสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ลง 50% เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น ไม่ต้องนำรถส่วนบุคคลเข้ามาในเมือง ซึ่งจะช่วยลดฝุ่น PM2.5 และค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

นอกจากนี้ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แก้ไขปัญหาการปล่อยควันมลภาวะจากหัวรถจักรดีเซลรุ่นเก่า โดยให้ติดไส้กรองควันดำ รวมทั้งประสานให้นำหัวรถจักรในต่างจังหวัดที่มีคุณภาพไม่สร้างมลภาวะมาใช้ทดแทนในส่วนที่มีปัญหาไปก่อน

ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคม จะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ PM2.5 เพื่อเฝ้าระวังและติดตามการดำเนินงานของทุกหน่วยงานในสังกัด ซึ่งต้องรายงานการปฏิบัติงานมายังศูนย์แห่งนี้ทุกวัน โดยที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้รายงานสถิติการตรวจจับรถควันดำของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562-22 มกราคม 2563 ได้มีการตรวจรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุก 5.79 หมื่นคัน พบมีควันดำ 1,087 คัน ได้พ่นห้ามใช้แล้ว หากมีการฝ่าฝืนนำมาใช้โดยยังไม่ได้แก้ปัญหาจะถูกปรับครั้งละ 5 หมื่นบาท

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE