World News

‘จีน-สหรัฐ’ ลงนามการค้า ภาคธุรกิจจี้เร่งเจรจาส่วนที่ 2

สหรัฐ และจีนได้ลงนามในข้อตกลงการค้าส่วนแรก ที่มีเป้าหมายเพื่อผ่อนคลายการทำสงครามการค้า ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงิน และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก
การลงนามที่เกิดขึ้น ยังเป็นการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงการค้าที่รอกันมานาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชัยชนะของบริษัทอเมริกัน ที่หาทางเข้าถึงตลาดการเงินจีนมูลค่า 40 ล้านล้านดอลลาร์

ข้อตกลงดังกล่าว ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ ของจีน เป็นผู้ลงนาม ที่ทำเนียบขาว มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องที่สหรัฐร้องเรียนมาเป็นเวลานานจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับกำแพงการลงทุนในภาคการเงินของจีน รวมถึง การควบคุมการเข้าถือหุ้นของบริษัทต่างชาติ กฎระเบียบที่เลือกปฏิบัติ และกระบวนการในการออกใบอนุญาตที่ไม่โปร่งใส

ภายใต้ข้อตกลงเรื่องภาคการเงินนั้น ในเดือนนี้จีนจะยกเลิกเพดานจำกัดการเข้าถือหุ้นของบริษัทต่างชาติ ในบริษัทด้านหลักทรัพย์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมด รวมถึงการจำกัดเพดาน 51% สำหรับบริษัทร่วมลงทุนประกันชีวิต และจะยกเลิกสำหรับกองทุนรวม ภายในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

ข้อตกลงการค้าส่วนแรก ที่มีรายละเอียดอยู่ทั้งหมด 86 หน้า ยังระบุว่า สหรัฐจะปรับลดภาษีลงครึ่งหนึ่งจากอัตรา 15% ที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 120,000 ล้านดอลลาร์ และชะลอการเก็บภาษีเพิ่มเติม แลกกับการที่จีนให้คำมั่นสัญญาในการปฏิรูปโครงสร้าง รวมทั้งซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 200,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 2 ปีข้างหน้า โดยสหรัฐคาดว่า การดำเนินการดังกล่าวของจีนจะช่วยให้ยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง

กระนั้นก็ตาม สหรัฐจะยังคงจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนราว 2 ใน 3 คิดเป็นมูลค่าราว 360,000 ล้านดอลลาร์ ไปจนกว่าจะพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ และจะพิจารณาลดการจัดเก็บภาษีก็ต่อเมื่อสหรัฐและจีน ลงนามในข้อตกลงการค้าส่วนที่ 2

ในส่วนของจีนนั้น นอกจากเรื่องเปิดเสรีภาคการเงินแล้ว จะยังเพิ่มมาตรการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ปรับปรุงแก้ไขเพื่อยุติข้อกล่าวหาที่ว่า จีนบังคับให้บริษัทสหรัฐถ่ายโอนเทคโนโลยีให้แก่บริษัทจีน และบิดเบือนค่าเงินเพื่อหวังผลประโยชน์ด้านการส่งออก

อย่างไรก็ดี การที่สหรัฐยังคงการจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนไว้เป็นส่วนใหญ่นั้น ทำให้บรรดานักธุรกิจพากันเรียกร้องให้ 2 ฝ่ายเจรจากันมากกว่านี้

นายเจเรมี วอเตอร์แมน ประธานศูนย์จีน หอการค้าสหรัฐ กล่าวว่า ยังมีงานที่ต้องทำรออยู่อีกมาก ซึ่งแม้วันนี้จะเป็นวันที่น่ายินดี แต่ก็ไม่ควรที่จะทิ้งระยะเวลาไว้นานเกินไปสำหรับการเจรจาข้อตกลงส่วนที่ 2

ทั้งนี้ จีน และสหรัฐดำเนินมาตรการตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟันในเรื่องการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของแต่ละฝ่ายมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งทำให้เกิดการจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ต่อสินค้ามูลค่ามากกว่า 450,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังเป็นการขัดขวางต่อกระแสการค้า สร้างแรงกดดันต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และทำให้นักลงทุนพากันตึงเครียด

ในพิธีลงนามที่มีกลุ่มนักธุรกิจอเมริกัน และเจ้าหน้าที่ของ 2 ฝ่ายเข้าร่วมด้วยนั้น ทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงฉบับนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐแข็งแกร่งมากขึ้น และเป็นการสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจที่มีความยุติธรรม และมั่นคง

ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เป็นการสร้างรากฐานของความเท่าเทียมกัน และความเคารพซึ่งกัน และกัน แต่ก็ได้มีการกล่าวปกป้องรูปแบบเศรษฐกิจของจีนด้วย

“จีนพัฒนาระบบการเมือง และรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่เหมาะสมกับความเป็นจริงของประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า จีน และสหรัฐจะทำงานร่วมกันไม่ได้ ในทางตรงกันข้าม เราทั้ง 2 ประเทศ ต่างแบ่งปันผลประโยชน์ทางการค้าจำนวนมหาศาลร่วมกัน”

ในพิธีลงนามยังได้มีการอ่านจดหมาย ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ส่งถึงผู้นำสหรัฐ โดยมีใจความว่า ข้อตกลงการค้าฉบับนี้เป็นสิ่งยืนยันว่า จีนและสหรัฐจะทำงานร่วมกันเพื่อประสานแนวคิดที่แตกต่าง พร้อมระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นผลดีต่อทั้งจีน สหรัฐ และประเทศทั่วโลก

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI