Sport

‘นิชิโนะ’ คนที่ใช่ ผลงานอาจไม่การันตี แต่แนวคิดนี่แหละคำตอบ

“หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” สำนวนไทยที่มองเห็นภาพจริง ยิ่งเมื่อมาใช้กับวงการฟุตบอลเมืองไทยภาพยิ่งชัดเจน

ภาพจาก : @changsuek

อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาคุมทีมชาติไทยเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยตกลงทำทีมทั้งชุดใหญ่ และชุดเล็ก ยู23

โดยผลงาน”ช้างศึก” ชุดใหญ่นั้นถือว่ากำลังไปได้สวยได้รับคำชื่นชมจากแฟนบอลมากกว่าคำติเตียนโดยเฉพาะการกล้าใช้งานดาวรุ่งจนนักเตะอย่าง “บุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กลายเป็นนักเตะแห่งอนาคตของทีมไปแล้ว

ขณะที่ทีมชุดเล็กนั้นเขามาเสียรังวัดพอสมควรกับการที่พาทีมตกรอบแรก ซีเกมส์ 2019 ซึ่งเป็นการตกรอบแรกซีเกมส์ ในรอบ 8 ปี และกลายเป็นการสร้างความกังวลให้แฟนบอลว่าเขาจะเข็นทีมยู23 ไปได้ไกลแค่ไหนในศึกชิงแชมป์เอเชีย

แค่เริ่มสตาร์ตเขาก็โดนเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลพอสมควรเมื่อตัดสินใจให้นักเตะพักยาวก่อนเรียกเข้าแคมป์เก็บตัววันที่ 26 ธันวาคม และให้นักเตะได้หยุดอีกครั้งในช่วงปีใหม่ 31 ธันวาคม – 1 มกราคม แล้วกลับมาซ้อม วันที่ 2 มกราคม เตรียมพร้อมก่อนเปิดสนามวันที่ 8 มกราคม รวมเวลาซ้อมก่อนเริ่มทัวร์นาเมนท์พเพียง 11 วัน

แน่นอนภาพจำซีเกมส์มันยังไม่จางหาย แฟนบอลสงสัยว่าด้วยเวลาเพียงแค่นี้จะไปรอดเหรอ

ผลงานรอบแรกประจักษ์เป็นคำตอบอย่างชัดเจน ชนะบาห์เรน 5-0, แพ้ ออสเตรเลีย 1-2 และ เสมออิรัก 1-1 ตีตั๋วเขารอบน็อกเอาท์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย

เรื่องรูปเกมนั้นเราคงไม่ล้วงลึกลงไปเพราะผลงานบ่งบอกในตัวอยู่แล้ว แต่เรื่องที่น่าพูดถึงคือแนวคิดที่เขาใช้กับทีมในทัวร์นาเมนต์ที่เมืองไทยครั้งนี้

ภาพจาก : @changsuek

แน่นอนว่ารายชื่อที่เขาเปลี่ยนตัวจริงถึง 7 คนในเกมชี้ชะตาเข้ารอบกับอิรักนั้นบ่งบอกถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

นิชิโนะให้เหตุผลการเปลี่ยนทีมแทบยกชุดเพราะต้องการความสดลงไปสู้หลังสองเกมแรกหลายคนสะบักสะบอมเหลือเกิน

กุนซือผู้พาญี่ปุ่นลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วยืนยันว่าเขาไตร่ตรองอย่างรอบคอบในเรื่องการจัดทีมแบบเสี่ยงคราวนี้เพราะนอกจากได้ความสดแล้ว ยังทำให้ลูกทีมมีความเชื่อมั่นในตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในทีมจริงๆ อยู่ในแผนการใช้งานของโค้ชจริงๆ

นิชิโนะอธิบายชัดเจนถึงเหตุผลว่าทำไมถึงพักคนนี้ แล้วใช้คนนั้นลงสนาม เช่นเกมรุกเขาให้ เบนจามิน เดวิส ลงเล่นร่วมกับ วรชิต และ เจริญศักดิ์ เพราะสองคนแรกเซนส์บอลทันกันหลังลองจับซ้อมด้วยกันแล้วมันเวิร์ค ส่วนเจริญศักดิ์มีความเร็วกดดันแบ๊กอิรักไม่ให้ กล้าเติม พร้อมทิตาธร แบ๊กซ้ายที่โดนโจมตีหนักในซีเกมส์ว่ามีแววไปได้ไกลในฐานะแบ๊กซ้ายของทีมชุดใหญ่

จากคำพูดของนิชิโนนั้นแสดให้เห็นได้ถึงการทำงานที่เป็นระบบ มีแบบแผนและมีทิศทาง ซึ่งเขายอมรับหลังเกมว่า “มันเสี่ยงแต่ได้ผล..”

เสี่ยงที่จะเปลี่ยนทีมเกือบยกแผง เสี่ยงที่จะใช้งานเบนจามินที่เป็นหวัดนิดหน่อย 1 วันก่อนลงทำศึก แต่ทุกความเสี่ยงนั้นมันอยู่บนพื้นฐานของความมั่นใจและไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบ

“ผมขอยืนยันว่านักเตะชุดนี้และความเข้าใจเกมของพวกเขาไม่ได้ต่างจากชุดซีเกมส์ แต่ครั้งนั้นเป็นเพราะผมจัดการทีมไม่ดีเอง ผมเพิ่งจะรู้จักนักเตะตอนเดินทาง”

จากการเสี่ยงหนนี้แสดงให้เห็นว่า เขามองเป้าหมายทีมถึงการเข้ารอบรองชนะเลิศเพื่อไปลุ้นตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2020 โน่นเลย ไม่ได้คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้ทีมเข้ารอบ แต่เขาคิดข้ามขั้นว่าจะทำอย่างไรให้ทีมเข้ารอบและนักเตะพร้อมลงเล่นเกมต่อไปแบบมีอาการ
ล้าน้อยที่สุด

ภาพจาก : @changsuek

ทัวร์นาเมนต์นี้ทีมอันดับ 1-3 เท่านั้นที่จะได้สิทธิ์ลุยศึกโตเกียวเกมส์ 2020 ตกรอบแรกก็หมดสิทธิ์ ตกรอบ 8 ทีมก็อดไป หรือต่อให้เข้ารอบรองชนะเลิศได้ก็ยังมีโอกาสอกหัก….เขาจึงคิดไกลจากพวกเราคิดไปอีกขั้น

ที่ผ่านมาทั้งโค้ชและแฟนบอลไทยมักคิดแค่ว่าจะเล่นอย่างไรถึงเข้ารอบ ส่วนเกมถัดไปค่อยวางแผนกันอีกทีจนมันกลายเป็นพื้นฐานความคิดของบอลไทยในอดีตที่ผ่านมา

แต่นิชิโนะคิดไกลไปอีกขั้น เขาเลือกใช้มาตรฐานของทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่ง”ซามูไรบลูส์” ทุกชุดไม่เคยมองแค่การผ่านรอบแรก แต่มองไกลถึงความสำเร็จ ถ้าระดับทวีปต้องเป็นแชมป์ ถ้าเป็นรายการคัดเลือกต้องเข้ารอบสุดท้าย

นิชิโนะ ยอมรับว่าเสี่ยง แต่เมื่อผลลัพธ์ออกมาตามที่หวังจึงได้เรื่องดีๆตามมาอย่างน้อยเราได้พักมากกว่าและนักเตะตัวหลักสดกว่า

“เราได้พักฟื้นมากกว่า ตัวหลักของเราได้พักหลายคนและน่าจะมีความสดกลับมาเมื่อถึงเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ”

“นักเตะยังขาดประสบการณ์ หลังจบทัวร์นาเมนต์นี้ถ้ายังไม่มีแผนมันก็ไม่ต่อเนื่อง เราควรจะต้องเจอกับทีมใหญ่บ่อยกว่านี้ ไม่ใช่แค่ชุดนี้ แต่ยังรวมถึงชุดที่อายุน้อยกว่านี้” กุนซือญี่ปุ่นพูดหลังเกมเสมออิรักซึ่งบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาไม่ได้มองแค่วันนี้แต่เขาปูฐานไปถึงอนาคตด้วย

ไม่ว่าเกมต่อจากนี้ผลจะเป็นอย่างไร จะสร้างประวัติศาสตร์ลุยโอลิมปิกได้หรือไม่ มันคือผลกำไรของ “ช้างศึก”

ผลกำไรที่ไม่ได้แค่ได้โค้ชเกรดเอมาคุมทีม แต่เราได้โค้ชที่มารื้อแนวคิดเก่าๆ โค้ชที่เข้ามาสร้าง ปรับรากฐานใหม่ ยกระดับทีมขึ้นมาอีกขั้น

จากมองแค่วันนี้ ต่อไปต้องมองถึงความสำเร็จเพิ่มด้วย

Add Friend Follow
Surachet Srisomwongse