General

‘หมอหนู’ สั่งลุยเปิดคลินิกกัญชาแผนไทยให้ครบทุกจังหวัด

“อนุทิน” สั่งลุยเปิด “คลินิกกัญชาแผนไทย” ให้ครบทุกจังหวัดภายในปีนี้ ลั่นไม่เคยหยุด ไม่เคยช้า และไม่เคยถอย ประโยชน์ของประชาชนต้องเป็นที่หนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความว่า “คลีนิคกัญชา” ประโยชน์ของประชาชน ต้องเป็นที่หนึ่ง เอาจริง ทำจริง ต้องทำได้

8 วันแรกของคลีนิคกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการแพทย์ผสมผสาน ที่มีเป้าหมายเพื่อบริการผู้ป่วย เป็นสำคัญ ได้รับความร่วมมือจากแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน และ แพทย์แผนปัจจุบัน หลายท่านอุทิศตน เสียสละเวลา มาตรวจรักษาผู้ป่วย โดยไม่รับค่าตอบแทน ขอรับเพียงอาหารกล่อง เป็นมื้อกลางวัน เท่านั้น ผมขอชื่นชมจริงๆ

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปเยี่ยมและพบปะพูดคุยผู้ป่วยที่มารับบริการที่คลีนิคกัญชาทางการแพทย์แผนไทย 2-3 ครั้ง ได้เห็นความหวังที่จะสู้ต่อไป ของคนที่เคยหมดหวัง เคยสิ้นหวัง คำขอบคุณของผู้ป่วย เป็นกำลังใจ เป็นเสียงที่บอกให้ผมต้องทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มี ขับเคลื่อนคลีนิคกัญชาทางการแพทย์ ให้บริการประชาชน ให้ได้มากที่สุด ทั่วถึงที่สุด และโดยเร็วที่สุด

รายงานจำนวนผู้ป่วย ที่เข้ามารับบริการ เกือบ 4,000 คน ในระยะเวลา 8 วันที่ผ่านมา และมียอดจองคิวการใช้บริการ 5,000 กว่าคน จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม เป็นสัญญาณบอกได้ว่า คลีนิคกัญชา ที่กรมการแพทย์แผนไทย จะต้องเดินหน้าต่อไป และต้องขยายอัตรกำลัง เพิ่มทรัพยากรให้บริการประชาชน เพื่มขึ้น ให้เพียงพอกับความต้องการใช้บริการของประชาชน อย่างมีคุณภาพ และอย่างยั่งยืน

ผมได้ให้นโยบายท่านอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้นำบทเรียน ประสบการณ์ “คลีนิคกัญชา” ที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ เป็นต้นแบบ เปิดคลีนิคกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ในภูมิภาค ให้ครบทุกเขตสุขภาพ อย่างน้อยเขตละ 1 คลีนิค ภายในเดือนมิถุนายนนี้ และภายในปี 2563 ควรจะต้องมีให้ครบทุกจังหวัด จังหวัดละ 1 คลีนิค เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่าย และ มีค่าใช้จ่ายการเดินทางมาพบแพทย์และใช้บริการน้อยที่สุด

นอกเหนือ จากการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน แล้ว กัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ก็ยังคงเดินหน้าทุกวัน

วันพรุ่งนี้ ผมจะไปตัดช่อดอกกัญชา ที่เคยไปปลูกไว้ในโครงการความร่วมมือระหว่างกรมการแพทย์ องค์การเภสัชกรรม และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อการวิจัยและพัฒนากัญชาสายพันธุ์ไทย เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมันกัญชา ในโครงการวิจัย ของกรมการแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม

เราเร่งทำงานกันทุกวัน ทุกช่องทาง เพื่อให้การนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย เป็นไปได้โดยเร็ว อย่างมีคุณภาพ บางเรื่องอาจจะไม่รวดเร็วทันใจ แต่ขอให้เชื่อใจว่า ผมไม่เคยหยุด ไม่เคยช้า และไม่เคยถอย ที่จะขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์

พลังจากประชาชน คือ พลังแห่งการขับเคลื่อน ครับ

Add Friend Follow
Siree Osiri
Siree Osiri OHO BANGKOK