COLUMNISTS

เปิดเกมขย่มคู่แข่ง ‘ดูดส.ส.’ เข้าพรรค

CHALAO KANCHANA
851

ดูเป็นเรื่องปกติสำหรับการย้ายเข้า-ย้ายออกจากพรรคการเมืองต้นสังกัดของนักการเมืองไทย อาจจะมีเหตุผลต่างๆ นานา แตกต่างกันไป

ปกติเราจะเห็นการย้ายพรรคเกิดขึ้น ก่อนจะมีการเลือกตั้งเป็นส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ปฎิบัติการย้ายพรรคทำตอนไหนก็ได้ถ้าพอใจและเต็มใจ ขึ้นอยู่การเจรจาต่อรองและผลประโยชน์ที่ได้รับเสียมากกว่า ยุคนี้อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

การเมืองวันนี้ไม่แน่ไม่นอน ฉะนั้นประชาชนอย่าคาดหวังอะไรมาก วันนี้เราเห็นอย่างพรุ่งนี้ก็จะเห็นอีกอย่าง ทุกอย่างยืนอยู่บนความพอใจ “ไม่ใช่หลักการ” แต่น่าจะเป็น “หลักกู”

ยิ่งเห็นนักการเมืองบางคนบอกเลย “ขยะแขยง” เพราะอยู่ในสภา “เดี๋ยวผลุบ เดี๋ยวโผล่ ชักเข้า ชักออก” ส่วนจะเป็นใครพรรคไหนไม่จำเป็นต้องสาธยายเชื่อว่าประชาชนมองเห็นเวลานี้

ก่อนเลือกตั้งเราก็เห็น “อาการดูด” ผู้สมัครส.ส.มาแล้ว ใช้สารพัดวิธีดูด เพียงเพื่อต้องการสร้างปริมาณให้กับพรรค และคิดว่ากระบวนการอย่างนี้จบสิ้นไปแล้วหลังเลือกตั้ง แต่ด้วยเสียงของรัฐบาลผสมมันดันอยู่ในสภาพ “เสียงปริ่มน้ำ” อาการไม่มั่นคงและไม่มีเสถียรภาพก็เริ่มหนักขึ้น ความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลก็เริ่มเกิดขึ้น

ฉะนั้น เพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาล กระแสข่าวการดูดส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มหนาหูขึ้นทุกขณะ วันนี้มีทั้งข่าวจริงข่าวปลอม แต่ที่แน่ๆ เราก็เริ่มเห็น “การไหลออก” จากพรรคของส.ส.กันบ้างแล้ว จะออกด้วยความสมัครใจ  มีค่าตัว หรือเพื่อแลกกับผลประโยชน์ ที่มีทั้งเก้าอี้ และคดีความ โดยพรรคการเมืองที่มีข่าวหนาหูเปิดยุทธการณ์ดูดส.ส. เห็นทีจะเป็นพรรคขนาดใหญ่

ยุทธการณ์ดูดส.ส.เข้าสังกัดว่ากันว่า มีขึ้นเพื่อความมั่นคงของพรรคขนาดใหญ่ เพื่อ “กุมบังเหียน” ในรัฐบาล ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเริ่มอ่อนล้า อ่อนแรง จึงเกิดแนวคิด “ตีทัพ”ให้แตก เพื่อชิงส.ส. ประกอบกับเวลานี้ดูเหมือนไม่ค่อยปลาบปลื้มพรรคร่วมรัฐบาลสักเท่าไหร่

ฉะนั้นถ้าวันที่ “บ้านแตกสาแหรกขาด” ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรกับจำนวนเสียงในมือ

วันนี้ เราก็เริ่มเห็นพรรคการเมือง และคนการเมืองจำนวนไม่น้อย เริ่มไหลเข้าหาพรรคแกนนำไปเสียแล้ว มีทั้งในนามบุคคล ในนามกลุ่มบุคคล ต่อไปอาจจะเป็นในนามพรรคไปเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นการเมืองบ้านเราอะไรก็เกิดขึ้นได้อย่ากระพริบตาเป็นอันขาดนับจากนี้

โดยเฉพาะประเด็นความไม่ลงรอยของการจัดสรร งบกลางของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เขาว่ามีอยู่ไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้าน สิ่งสำคัญต้องดูว่าใครคือผู้มีอำนาจสูงสุดกุมงบกลางตัวนี้อยู่

ดังนั้น การที่จะแบ่งออกไป หรือแจกจ่ายให้ไม่ใช่เรื่องง่าย ใครนอกลู่นอกทาง ใครกดดันอย่าหวังจะได้แบ่งเค้กงบก้อนนี้ แต่ในทางตรงกันข้ามงบก้อนนี้ อาจจะใช้เป็นเกมต่อรองอะไรบางอย่างก็ไม่แปลก

ตรงนี้อาจเป็นจุดสร้าง “ความขัดแย้ง” และ “ร้าวลึก” ให้กับพรรคร่วมรัฐบาล หรืออาจจะกลายเป็น “งบสามัคคี” ก็เป็นได้

ส่วนพรรคการเมือง หรือส.ส. ที่อาจจะมีความจำเป็นต้องย้ายสังกัด มีการพูดถึงคนใน “พรรคเพื่อไทย” จำนวนหนึ่งว่าอาจจะมีการย้ายสังกัด เช่นเดียวกับ “พรรคอนาคตใหม่” ที่จุดจบคงหนีไม่พ้นถูก “ยุบพรรค” ฉะนั้นส.ส.จำนวนหนึ่ง อาจต้องหาที่สังกัดใหม่ และอีกจำนวนหนึ่งอาจหันไปซบพรรคเพื่อไทย

สำหรับพรรคเพื่อไทยมีการประเมินกันว่า ณ เวลานี้ หากจะมีส.ส.ย้ายสังกัดจริง น่าจะอยู่ที่ประมาณ 17-20 คน ส่วนจะเกิดขึ้นช่วงเวลาไหนเดือนไหนเป็นเรื่องที่ต้องคิดตาม  อาจจะหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็เป็นได้

การเมืองบ้านเราวันนี้ ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวรจริงๆ

Add Friend Follow