Business

ถอดรหัส ‘โรงรับจำนำ’ ทำไมเป็น ‘ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ’

โรงรับจำนำ ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ที่พึ่งยามยาก” นับเป็นธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยามเศรษฐกิจดี หรือเศรษฐกิจตกต่ำ และการที่เป็นแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงผู้บริโภค ประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจขนาดย่อม ทำให้ โรงรับจำนำ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลผู้บริโภคได้โดยตรงโดยเฉพาะความต้องการใช้เงิน

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า ธุรกิจโรงรับจำนำ ถือเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจไทยได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว 

มาดูกันว่า ข้อมูลอะไรบ้างที่โรงรับจำนำได้รับ และสามารถสะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจได้ โดย สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ผู้ให้บริการโรงรับจำนำอีซี่มันนี่ โรงรับจำนำเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย ที่เปิดบริการมานานถึง 15 ปี ด้วยจำนวนสาขา 50 สาขาทั่วประเทศ นำมาแบ่งปันกันดังนี้

1.ลูกค้าโรงรับจำนำ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ได้แก่

  • ลูกค้าที่ต้องการเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ลูกค้ากลุ่มนี้ มีรายได้จากเงินเดือนเป็นหลัก แต่มีความสามารถในการเก็บออมทรัพย์สินมีค่า ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับ และทองคำ ซึ่งถ้ามีค่าใช้จ่ายก็จะนำทรัพย์มาเปลี่ยนเป็นเงิน เอาไปใช้จ่าย

พฤติกรรมการจำนำหรือการไถ่ถอนทรัพย์ก็จะเป็นตามฤดูกาล เช่น ปลายปีมีโบนัส ช่วงตรุษจีน สงกรานต์ จะมีการไถ่ถอนมาก ขณะที่ช่วงใกล้เปิดเทอมจะมีการจำนำมากเป็นพิเศษ เพื่อนำเงินไปใช้ในการศึกษาของบุตรหลาน

กลุ่มนี้ถ้าเศรษฐกิจฝีดเคือง มีการตกงาน หรือไม่มีโบนัส ตัวเลขการไถ่ถอนจะน้อย ซึ่งบอกถึงสภาพเศรษฐกิจได้

  • ลูกค้ากลุ่มหนึ่งคือผู้ประกอบธุรกิจ มีตั้งแต่พ่อค้า แม่ค้ารายย่อย ไปถึงผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี

กลุ่มนี้เข้าโรงรับจำนำเพื่อนำเงินไปลงทุน ต่อยอดธุรกิจ ขยายธุรกิจ สต็อกสินค้า หรือใช้เป็นเครื่องเสริมสภาพคล่องในช่วงที่รายรับรายจ่ายไม่สมดุลกัน

 

กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมาจำนำมากๆ แสดงว่าเป็นช่วงโอกาสการค้าขายที่คึกคัก เศรษฐกิจดี จึงต้องการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นเพิ่มขึ้น พอมีรายได้ก็มาไถ่ถอน อันนี้ก็เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจว่าคึกคัก หรือซบเซาได้

ข้อมูลดังกล่าว สะท้อนได้ว่า ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง จะเห็นได้จากการที่มีคนมาไถ่ถอนทรัพย์ที่วางจำนำไว้น้อยลง ปล่อยให้ทรัพย์หลุดเยอะขึ้น บอกได้ว่า มีรายได้น้อยลงหรือหาเงินไม่พอมาจ่ายค่าต่อดอกเบื้ย และไม่มีเงินมาไถ่ถอนทรัพย์ ซึ่งตัวเลขทรัพย์หลุด หากสูงเกิน 7% ถือว่าเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มน่ากังวลแล้ว

ในทางกลับกัน หากกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย มีความถี่หรือปริมาณในการนำของมาจำนำเยอะขึ้น สะท้อนว่า เป็นโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจ จึงต้องการเงินทุนเพื่อนำไปขยับขยายธุรกิจ หรื่อนำไปซื้อสินค้ามาสต็อกเพิ่มรองรับความต้องการของตลาด และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นมากขึ้น ซึ่งลูกค้าโรงรับจำนำกลุ่มนี้ มักไม่ปล่อยให้ทรัพย์หลุดจำนำ

2. รู้หรือไม่ อะไรจำนำได้

สินค้ายอดฮิตที่นิยมนำมาจำนำคือ ทอง, เพชร, นาฬิกา, สินค้าไอที และ สินค้าแบรนด์เนม ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม โรงรับจำนำแต่ละแห่ง จะมีเงื่อนไขในการรับจำนำประเภทของทรัพย์แตกต่างกันไป

แต่สำหรับ อีซี่มันนี่ จะชูจุดแข็งในการรับทรัพย์จำนำหลากหลายมากกว่ารายอื่น ซึ่งนอกจากสินค้าพื้นฐานที่มีราคาที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังดูเทรนด์ตลาดในขณะนั้นด้วย เช่น ในยุคที่ตุ๊กตา บลายธ์ เป็นที่นิยมอย่างมาก ก็รับจำนำตุ๊กตเสื้าบลายธ์ และยุคนี้ ตุ๊กตาหมีกุชชี่มาแรง อีซี่มันนี่ ก็รับจำนำ ไปจนถึงกีตาร์ไฟฟ้าและพระเครื่อง ฯลฯ

3. รู้หรือไม่ มีลูกค้าที่นำของไปจำนำ เพราะอยากฝากให้ปลอดภัย ไม่ได้อยากได้เงิน

มีหลายเคสในโรงรับจำนำ ที่ สิทธิวิชญ์ นำมาเล่าแบ่งปันความรู้ หนึ่งในนั้นคือ มีลูกค้าที่นำของมีค่าทางจิตใจ เช่น เครื่องประดับประจำตระกูล ของสะสม นำมาจำนำ ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากได้ที่เก็บรักษาที่ปลอดภัยกว่าไว้ที่บ้าน ยามไม่อยู่บ้านหลายวัน เพราะรู้สึกอุ่นใจว่าของจะไม่หายแน่นอน

4. อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าโรงรับจำนำ จะเป็น “เสือนอนกิน” อย่างที่หลายคนคิด เพราะมีความเสี่ยงไม่น้อย โดยเฉพาะการนำสินค้าปลอม ทองเก๊ มาจำนำ ซึ่งจากประสบการณ์ตรงพบว่า คนกลุ่มนี้ มักจะมาในช่วงเที่ยงหรือบ่าย หรือสังเกตช่วงที่มีคนเข้ามาโรงรับจำนำเยอะกว่าปกติ พร้อมกับอาการรีบร้อน เร่งพนักงาน ให้ตั้งข้อสังเกตก่อนเลยว่า ผิดปกติ

ดังนั้น โรงรับจำนำจึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตรวจสอบสินค้าได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา ทอง เพชร พระเครื่อง ตัวอย่างเช่น กระเป๋ากอล์ฟ หลุยส์ วิตตอง ที่ดูว่าแท้หรือไม่จากกระดุมเหล็กบนกระเป๋า เป็นต้น

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT