CEO INSIGHT

‘โซเชียลมีเดีย’ พลิกเกมธุรกิจปี 2563 ‘เฟซบุ๊ก’ เผย 3 ปัจจัยเข้าถึงลูกค้า

“ปี 2563 ถือเป็นทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่ได้พลิกโฉมการประกอบธุรกิจแบบดั้งเดิมทั่วโลกไปโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การตลาด ไปจนถึงการสร้างธุรกิจให้เติบโต”

จอห์น แวกเนอร์ ผู้อำนวยการบริหาร เฟซบุ๊ก ประเทศไทย คาดการณ์ถึงอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจ โดยเห็นได้จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเด่นชัดในเอเชีย เนื่องจากทุกประเทศล้วนมีอัตราการเติบโตของการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้เศรษฐกิจในแถบนี้เติบโตเร็วมากที่สุดอีกภูมิภาคหนึ่งในโลก

ชายหนุ่มผู้ขายอาหารทะเลผ่านไลฟ์สตรีมมิ่ง, ธุรกิจจำหน่ายขนมเทมเป้ที่เปิดช้อปบน อินสตาแกรมโดยเฉพาะ และแพลตฟอร์มด้านการศึกษาที่ให้บริการการเรียนการสอนออนไลน์ได้ทั้งในและนอกประเทศได้อย่างไม่มีข้อจำกัด นี่คือตัวอย่างของธุรกิจต้นแบบที่แจ้งเกิดจากการใช้นวัตกรรมได้เหนือชั้นอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

จากรายงานของ แมคคินซีย์ บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก คาดการณ์ว่า เอเชียจะเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจีดีพีโลก เนื่องจากทิศทางการค้าการลงทุนข้ามพรมแดนทั่วโลกจะเคลื่อนย้ายมาทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย และยังพบว่า 60% ของการซื้อขายสินค้าที่ผลิตโดยประเทศในเอเชียเกิดขึ้นภายในภูมิภาค นอกจากนี้ 71% ของการลงทุนในสตาร์ทอัพในเอเชียยังถือเป็นการลงทุนระหว่างภูมิภาค ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียนิยมเดินทางท่องเที่ยวในเอเชีย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 74%1

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจระดับมหภาค ความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อประสบการณ์จากแบรนด์และธุรกิจมีการผันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนเปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนภาคธุรกิจด้วยซ้ำ ซึ่งพฤติกรรมนี้ส่งผลต่อวิธีการค้นหา การศึกษาข้อมูล และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในท้ายที่สุดเช่นกัน

จอห์น แวกเนอร์

ในช่วงต้นปี 2562 เฟซบุ๊กได้เผยเทรนด์ 3 เทรนด์ที่กำลังมาแรงบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก นั่นคือ การแชร์คอนเทนต์แบบชั่วคราว, คอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ และการส่งข้อความทางแชท ซึ่งในปี 2563 เทรนด์เหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในเอเชีย จากพฤติกรรมที่มุ่งไปสู่การใช้แพลตฟอร์ผ่านมือถือที่เพิ่มขึ้น มีคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอมากขึ้น มีการใช้ สตอรี่ส์ มากขึ้น ไปจนถึงการสนทนาและการทำธุรกิจผ่านการทักแชทที่จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับยุคที่พฤติกรรมการรับชมเปลี่ยนไป กุญแจสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้ มากที่สุดก็คือ การค้นหาและใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะด้วยการสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนบนคอมมูนิตี้ออนไลน์ หรือการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูง ขณะที่ธุรกิจบริการสตรีมมิ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมจะมองหาแบรนด์ที่สื่อสารข้อเสนอต่างๆ ได้อย่างชัดเจนมากที่สุด รวมไปถึงแบรนด์ที่สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์การรับชมได้ตามความต้องการของแต่ละคน

นอกจากนี้ ยังพบแนวโน้มของผู้ใช้งานที่หันมาแชร์ประสบการณ์แบบชั่วคราวกันอย่างรวดเร็ว โดยมียอดผู้ใช้งานฟีเจอร์ Stories มากกว่า 500 ล้านรายต่อวัน ทั้งบน เฟซบุ๊ก, แมสเซ็นเจอร์, อินสตาแกรม และ วอทส์แอป ขณะที่ การส่งข้อความก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยจากต้นปี 2561 มีการส่งข้อความมากกว่า 8,000 ล้านข้อความ ระหว่างผู้คนกับธุรกิจบนแมสเซ็นเจอร์ ทุกๆ เดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 2 หมื่นล้านข้อความในปีนี้

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าภูมิทัศน์การค้าจะยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป ตามพฤติกรรมและวิธีที่ผู้คนเลือกจะโต้ตอบกับธุรกิจ ผ่านประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพวกเขา โดยยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยอิทธิพลของแพลตฟอร์มและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนมือถือ ทำให้วิธีที่ผู้คนค้นพบสินค้าใหม่ในทุกวันนี้กลายเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ผู้คนเชื่อมโยงได้มากขึ้น การสร้างธุรกิจและแบรนด์ให้ปรากฏบนแพลตฟอร์มและค้นหาได้ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะให้ธุรกิจคว้าชัยชนะในศึกการค้ายุคใหม่ได้สำเร็จ

จอห์น แวกเนอร์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาคธุรกิจ ควรเตรียมความพร้อมสำหรับการค้าในยุคใหม่นี้ โดยปัจจัยความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ได้แก่

  • การสร้างความสัมพันธ์ ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนได้ด้วยการออกแบบเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนมือถือ แอปพลิเคชัน การตลาด และการสื่อสารแบบเรียลไทม์ เพื่อลดช่องโหว่และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
  • ธุรกิจจะต้องพิจารณาว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทีมทั้งหมดนั้นมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันอย่างไร เพื่อที่จะมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นตามความคาดหวังของลูกค้า
  • การสร้างความสัมพันธ์จะต้องอาศัยแนวความคิดเชิงสร้างสรรค์ ยินดีที่จะทดลองปฏิสัมพันธ์และเชื่อมต่อในรูปแบบใหม่ๆ ผ่านเทคโนโลยี AR/VR การทำวิดีโอแนวตั้ง ไปจนถึงการสร้างช่องทางและแพลตฟอร์มขึ้นมาใหม่เพื่อสร้างความโดดเด่นและแตกต่างไปจากธุรกิจอื่น

สุดท้ายแล้ว ธุรกิจควรเลือกวัดผลเฉพาะสิ่งที่สำคัญ แบรนด์ต้องใช้พื้นที่ของตัวเองในการรังสรรค์ไอเดียให้เป็นจริง เพื่อที่จะดึงดูดความสนใจและรักษาความสนใจจากผู้คนให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยการขยายพื้นที่ให้ใหญ่มากขึ้น น่าสนใจมากขึ้น หรือเชื่อมโยงกันได้มากขึ้น

ที่สำคัญธุรกิจต้องกำหนดวัตถุประสงค์ได้อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับการวัดผลลัพธ์ ซึ่งจะช่วยในการวางแผนธุรกิจใหม่และสร้างประสบการณ์ที่มอบทางเลือกการตอบโจทย์เฉพาะบุคคล มีการโต้ตอบ และมีความเกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT