ดูหนังออนไลน์
Economics

ตั้งเป้าสูง ใช้ดีเซล B7-B10-B20 ให้ถึง 67 ล้านลิตร/วัน ดูดซับ CPO 2.2 ล้านตัน

พลังงาน ตั้งเป้าสูง ดันยอดใช้ดีเซล ฺB7- B10- B20 ทะลุ 67 ล้านลิตร  ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พร้อมชวน “ลุงตู่” โปรโมทดีเซล B10 

วันนี้ (24 ธ.ค.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมรณรงค์ใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 นำร่องในการใช้กับรถของหน่วยราชการ โดยมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน  และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีมาตรการด้านราคา เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค หันมาใช้น้ำมันดีเซล B10 เพิ่มขึ้น โดยกำหนดราคาให้ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 อัตรา 1 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 และได้เพิ่มส่วนต่างขึ้นอีกเป็น 2 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562  ช่วยให้ตัวเลขยอดการใช้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้ ดีเซล B10 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ วันละ 50 ล้านลิตร ในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 นี้ ส่งผลให้มีการใช้ไบโอดีเซล หรือ B100 ได้ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน โดยตั้งเป้าหมายส่งเสริมการใช้ดีเซล B10 ไปให้ถึงที่ 57 ล้านลิตรต่อวันดีเซล B7 ที่ 5 ล้านลิตรต่อวัน และ ดีเซล B 20 ที่ 5 ล้านลิตรต่อวัน รวม 67 ล้านลิตรต่อวัน สามารถดูดซับ น้ำมันปาล์มดิบ (CPO ) ในภาคพลังงานได้ 2 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดของประเทศปัจจุบัน หรือประมาณ 2.2 ล้านตันต่อปี สร้างสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีจำนวนรถยนต์ ที่ใช้น้ำมันดีเซลทั้งหมดประมาณ 10.5 ล้านคัน จำนวนดังกล่าวมีรถยนต์ ที่ค่ายรถรับรองว่าใช้ดีเซล B10 ได้ ประมาณ 5.3 ล้านคัน หรือ 50 % ส่วนที่เหลืออีก 50 % เป็นรถยุโรป และรถยนต์รุ่นเก่า ที่หมดการรับประกันจากค่ายรถแล้ว

ดังนั้น หากยังคงมีนโยบาย ที่สร้างส่วนต่างราคาระหว่าง ดีเซล B10 และ B7 ก็เชื่อว่าผู้ใช้รถยนต์รุ่นเก่าเหล่านี้ มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนใจมาใช้ดีเซล B10 เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต 

สำหรับผู้ค้าน้ำมันให้ความร่วมมืออย่างดีกับนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 ซึ่งทุกปั๊มจะมีดีเซล B10 จำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ปัจจุบันมีปั๊มจำหน่ายแล้ว  450 แห่ง

นอกจากนี้ การส่งเสริม ให้มีการใช้น้ำมันดีเซล B10 แทน B7 จะช่วยสร้างสมดุลปาล์มน้ำมัน ทั้งระบบ แล้ว ยังช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้อีกด้วย โดยผลการศึกษา พบว่า การใช้น้ำมันดีเซล B10 จะช่วยลดฝุ่นละอองได้ประมาณ 15% และฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ลงได้ประมาณ 3.5% หรือ 300 ตันต่อปี

ทั้งนี้มาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการการสร้างสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบของประเทศให้มีความยั่งยืน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ไม่ให้ราคาผลผลิตตกต่ำ โดยจะกำหนดให้น้ำมันดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันดีเซลฐานของประเทศ ส่วนน้ำมันดีเซล B7 ย้งคงมีจำหน่ายรองรับกลุ่มรถยุโรป และรถยนต์รุ่นเก่า ที่ไม่สามารถใช้ B10 ได้ ส่วนน้ำมันดีเซล  B20 เป็นน้ำมันดีเซลทางเลือก สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB