ดูหนังออนไลน์
Business

‘ALL’ ลุยแนวราบ – โลว์ไรส์ปีหน้า รับอานิสงส์ ‘ลดค่าโอน – บ้านดีมีดาวน์’

ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เผยแผนปีหน้า เร่งเครื่องลุยต่อทั้งโครงการแนวราบ – คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ รับอานิสงส์ลดค่าโอน – บ้านดีมีดาวน์ หลังไตรมาส 4 สุดพีค ได้มาตรการรัฐหนุนอสังหาฯ สดใส คาดรายได้ปีนี้สูงเกินเป้าที่ตั้งไว้ 4,500 ล้านบาท

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL เปิดเผยว่า มาตรการภาครัฐที่ออกมาช่วยกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ภาคอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทจะได้รับอานิสงส์ทั้งมาตรการที่จะช่วยลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01%  และโครงการ “บ้านดีมีดาวน์” เนื่องจากโครงการที่แล้วเสร็จส่วนใหญ่มีราคาที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ขณะที่ผู้ซื้อจะได้ประโยชน์จากทั้ง 2 มาตรการ ทำให้ช่วยเพิ่มแรงซื้อชายเพิ่มขึ้นอย่างต่อจากผลเชิงบวกทางด้านจิตวิทยาผู้บริโภค

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้บริโภคจะมีกำลังซื้อ ประกอบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในปัจจุบันเข้าสู่ยุคเรียลดีมานด์ ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่ง ALL สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่อยู่อาศัยได้ครบทุกมิติของคอนโดมิเนียม ส่งผลให้ช่วงโค้งสุดท้ายของกลุ่มธุรกิจ ALL คึกคักมากขึ้น

จากมาตรการดังกล่าว ผนวกกับกลยุทธ์การเจาะตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานและอัตราการเติบโตในปี 2562 มีแนวโน้มเติบโตไม่ต่ำกว่าสองหลัก และสูงกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นรายได้ที่ทำสถิติสูงสุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

 

สำหรับโครงการ ALL ที่ได้รับอานิสงส์ จากมาตรการภาครัฐ ประกอบด้วย โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50, โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71, โครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต, โครงการ ไรส์ พระราม 9, โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์, โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา – ห้วยขวาง และ โครงการ ดิ เอ็กเซล ลาดพร้าว – สุทธิสาร

ปัจจุบันบริษัทฯ มี Backlog ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ปีนี้และจะโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2563 (สต๊อก) มูลค่ารวมกว่า 40% จาก Backlog ทั้งหมด 11,400 ล้านบาท นอกจากนี้ กว่า 40% ของโครงการทั้งหมดที่มีในมือมูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่มีระดับราคาขายตั้งแต่ 1.5 – 3 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการช่วยลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01%

ทั้งนี้ ยอด Backlog ทั้งหมดแบ่งเป็น จากโครงการทาวน์โฮม จำนวน 300 ล้านบาท, โครงการประเภท High Rise จำนวน 3,400 ล้านบาท และโครงการประเภท Low Rise จำนวน 7,700 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องถึงปี 2565 ทำให้บริษัทมั่นใจผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีจากนี้ (ปี 2563 – 2565) ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้  ยังมีโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 14 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 7,800  ล้านบาท พร้อมที่จะสร้างยอดขายช่วงไตรมาส 4/2562 เพื่อเติมเต็มเป้าพรีเซล ปี 2562 ที่ ALL ตั้งไว้ที่ 7,000 ล้านบาท หลังจากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค. – ก.ย. 62) มียอดขายสะสมรวมแล้ว 6,500 ล้านบาท

ขณะที่ปี 2563 ALL มีแผนรุกโครงการแนวราบมากขึ้น ทั้งในรูปแบบทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว หลังจากเปิด เดอะ วิชั่น มูลค่า 1,400 ล้านบาท และได้รับตอบรับที่ดี ด้วยยอดขาย 47% ขณะที่คอนโดมิเนียมจะขยายในกลุ่มโลว์ไรส์ ขนาด 200 – 300 ยูนิต/โครงการ แบรนด์ ดิ เอ็กเซล 2 โครงการที่เลื่อนจากปีนี้ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด กำหนดราคาเป้าหมายหุ้น ALL ที่ 6.25 บาทต่อหุ้น โดยประเมินว่ามาตรการรัฐทั้งการลดค่าธรรมเนียมและช่วยลดเงินดาวน์จะช่วยเร่งการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 4/2562 – 1/2563 ประกอบกับ การเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องจะเสริมการรับรู้รายได้ในอนาคต อีกทั้งบริษัทฯเน้นเพิ่มรายได้ Recurring Income โดยได้ลงทุนในสิทธิการเช่า The New Forum Plaza ซึ่งเป็น Commercial Property คาดเริ่มรับรู้รายได้ไตรมาส 2/2563 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 4/2562 – 2/2563 จะมีโครงการแล้วเสร็จใหม่ราว 5,000 – 6,000 ล้านบาท ซึ่งมี Take Up Rate เฉลี่ยอยู่ในระดับที่สูง 80 – 85% โดยบริษัทคาดว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงเวลาดังกล่าว ที่โดดเด่นจากแรงหนุนการส่งเสริมของภาครัฐทั้งมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เหลือ 0.01% รวมไปถึงโครงการ “บ้านดีมีดาวน์” ซึ่งช่วยลดเงินดาวน์ (Cash Back) จำนวน 50,000 บาท เนื่องจากโครงการที่แล้วเสร็จส่วนใหญ่มีราคาที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อได้ประโยชน์จากทั้ง 2 มาตรการดังกล่าวที่ออกมาส่งเสริม

WANPEN PUTTANONT