ดูหนังออนไลน์
Politics

‘ณัฐวุฒิ’ เตือนยุบ ‘อนาคตใหม่’ เรื่องไม่จบง่าย ปชช.ตัดสินเองเป็นธรรมหรือไม่

วันนี้ (13 ธ.ค.) เฟซบุ๊กเพจ “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ ได้โพสต์ข้อความ ที่นายณัฐวุฒิกล่าวในรายการ “หัวใจไม่หยุด เต้น” ซึ่งเผยแพร่ทางเพจนี้ว่า

“ณัฐวุฒิ” วิเคราะห์ต่อให้ยุบ “อนาคตใหม่” ผลไม่จบง่าย เตือน “สุเทพ-วรงค์” หากตั้งเวทีอ้างต่อสู้ “คนชังชาติ” ระวังจะเจอ “คนชังเพิ่ม” สร้างแรงกดดัน “ประยุทธ์” มากกว่ากระทบฝ่ายค้าน  “ประชาธิปัตย์” เลือดไหลรายวันล้วนทำตัวเอง หนุนรัฐประหาร 10 กว่าปี ถึงวันอยากกลับใจแต่กองเชียร์ไม่กลับด้วย “พีระพันธุ์” ลาออก สะท้อนอยู่ยากเต็มที  “ภูมิใจไทย” ไม่ไว้ใจงูเห่าฝ่ายค้าน ไก่เห็นตีนงู  “หนู” อ่านเกมไกลไม่ปล่อย  “ตู่-ป้อม” เพิ่มอำนาจต่อรองคุมกระทรวงเกรดเอ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวในรายการ ‘หัวใจไม่หยุดเต้น’’ เผยแพร่ทางแฟนเพจ ‘นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ผลคดีพรรคอนาคตใหม่ คอการเมืองเค้าวิเคราะห์กันไปแล้วล่ะครับ ถ้าหากคำตัดสินเป็นไปอย่างที่คิดกัน น่าสนใจว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะพัฒนาไปอย่างไร ไม่ง่ายล่ะครับที่ประชาชนจะลงถนน แต่ผู้คนจะลงมติในหัวใจแน่นอนว่านี่คือความเป็นธรรม หรือแท้จริงแล้วคือการกระทำต่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

ผู้มีอำนาจอาจจะคิดง่ายๆ ว่าลงดาบฟันฉับ ตายปั๊บ จบปุ๊บ – ไม่มีล่ะครับ สถานการณ์ต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์กรณีเลือดไหลออกรายวัน หลายคนถามผมว่า ถึงคราวพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดในประเทศจะสูญพันธุ์หรือไม่

คงไม่ถึงขั้นนั้น ไม่รู้จะเกี่ยวกันไหมนะครับ แต่ผมเคยได้ยินมาว่าแมลงสาบเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุอยู่เป็นล้านๆ ปี ไม่เคยมีสูญพันธุ์มาก่อน พรรคประชาธิปัตย์เค้าก็คงอยู่ของเค้าได้ แต่นับวันจะสาละวันเตี้ยลงอยู่แบบนี้

ประชาธิปัตย์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

ถามว่าประชาธิปัตย์มาถึงวันนี้ได้อย่างไร ไม่มีใครทำครับ ทุกสิ่งทั้งหลายล้วนแล้วแต่กระทำตัวเองทั้งสิ้น  ตลอดระยะเวลาของความขัดแย้งทางการเมือง 10 กว่าปี พรรคการเมืองนี้แสดงตัวเป็นสะพานของการรัฐประหารสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจเผด็จการ จนผู้คนจำนวนหนึ่งเห็นว่าการสนับสนุนเผด็จการขานรับรัฐประหารเป็นเรื่องชอบธรรมและกระทำได้

เวลาผ่านไปเมื่อคนส่วนหนึ่งในพรรครู้สึกว่ากำลังหลงทาง อยากจะกลับมาสร้างภาพของความเป็นนักประชาธิปไตยไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ  กองเชียร์ส่วนหนึ่งเห็นว่าเป็นการกระบิดกระบวนยักท่าน่ารำคาญ จึงพากันไปสนับสนุนลุงตู่ รู้แล้วรู้รอดไป 

มีข่าวว่าหลังจากนี้ จะมีคนลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์อีก ก็คงเป็นไปได้ครับ เพราะกรณีของคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ชัดเจนเลยว่า อยู่กันได้ลำบากเต็มที ถึงขั้นลาออกจากพรรค ยอมขาดจากส.ส.บัญชีรายชื่อเช่นนี้ อยู่ต่อไปไม่ไหวล่ะครับ

หรือพลังประชารัฐจะทิ้งประชาธิปัตย์ แล้วเอางูเห่าฝ่ายค้านร่วมรัฐบาลปรับคณะรัฐมนตรี

ผมคิดว่า เหตุการณ์ไม่ไปถึงขั้นนั้นล่ะครับ สิ่งที่น่าสนใจกว่าก็คือว่า ระหว่างพลังประชารัฐกับประชาธิปัตย์ ใครจะทิ้งใครก่อนกัน 

ไม่ได้พูดเล่นนะครับ พลังประชารัฐอย่าคิดว่าถือไพ่เหนือ  เก๋าๆ เขี้ยวๆ แบบประชาธิปัตย์ ต่อให้อยู่ในสภาพย่ำแย่แค่ไหน แต่ถ้าหากประเมินแล้วสถานการณ์ของรัฐบาลบอบช้ำอ่อนแอเต็มที่ พรรคการเมืองนี้ล่ะครับจะชิงถอนตัวออกจากรัฐบาลก่อน ประกาศต่อประชาชนว่านี่คือการตัดสินใจทางการเมืองเพื่อนำพาบ้านเมืองกลับคืนสู่ประชาธิปไตย

ไม่เชื่อก็คอยจับตาดูก็แล้วกันครับว่า ใครจะทิ้งใคร

บางกระแสบอกว่า งูเห่าฝ่ายค้านจะรวมกับ ปชป. สาย กปปส.

เรื่องการเอางูเห่าฝ่ายค้านมารวมกับประชาธิปัตย์สายกปปส. แล้วผลักสายอภิสิทธิ์ออกไป เกิดขึ้นไม่ง่ายอ่ะครับ กฎหมายไม่ได้เปิดให้ทำได้ขนาดนั้น พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ไปไหนมาไหน เขาก็ต้องไปด้วยกันครับ  ถ้าจัดการแบ่งซีกแบ่งฝ่าย สถานภาพความเป็นสมาชิกพรรคก็ยังอยู่ ประชาธิปัตย์เขาไม่มีทางขับส.ส.คนไหนออกจากพรรคให้เข้าทางฝ่ายตรงข้ามอ่ะครับ

แล้วถ้าส.ส.คนไหนอยู่ไม่ได้ ตัดสินใจลาออกจากพรรคเอง ก็จะมีสถานะเป็นศูนย์ในสภาผู้แทนราษฎรแบบคุณพีระพันธุ์ 

ดังนั้น สถานการณ์ของประชาธิปัตย์ กับพลังประชารัฐก็จะตบจูบตบจูบต่อไปแบบนี้

ภูมิใจไทยแอคชั่นส่งเสียงเตือนนายกฯ “อย่าไว้ใจงูเห่าฝ่ายค้าน” 

ส่วนที่ภูมิใจไทยโดยคุณอนุทิน ออกมาส่งเสียงเตือนสตินายกรัฐมนตรีว่า อย่าไปเอางูเห่าฝ่ายค้านมา ไว้ใจไม่ได้ เลี้ยงไม่เชื่อง อันนี้ก็ต้องดูดีๆ นะครับ ว่าคุณอนุทินจำเป็นต้องเล่นเกมนี้

เพราะสมการทางการเมืองแบบปัจจุบัน ประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยจับมือกันแล้วกดดันพลังประชารัฐได้กระทรวงเกรดเอ กระทรวงเศรษฐกิจใหญ่ๆ 2 พรรคนี้ได้มาดูแลเป็นกอบเป็นกำ 

แต่ถ้าเผื่อมีงูเห่าเข้ามามากๆ งูเห่าทั้งหลายจะเข้ามาใต้ชายคาพลังประชารัฐ อำนาจต่อรองของภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์จะลดลงทันที เก้าอี้รัฐมนตรีเบอร์ใหญ่ๆ ที่เคยว่าแน่ก็จะกลายเป็นไม่แน่ จะถูกดึงกลับมาแล้วจัดสรรกันใหม่ อ้างว่าแบ่งให้กับสมาชิกที่เขาข้ามฟากมาช่วยจากฝ่ายค้าน

งานนี้ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ “หนู” ก็อ่านเกมไกล มองเห็นใจบิ๊กตู่บิ๊กป้อมน่า

สุเทพ-หมอวรงค์จะเดินสายต้าน “ลัทธิชังชาติ”

เรื่องคุณสุเทพจะจับมือกับหมอวรงค์เปิดเวทีปราศรัยทั่วประเทศ ก็เอาเถอะครับ ว่ากันตามที่สบายใจ อ้างว่าจะต่อสู้กับพวกคนชังชาติ ผมว่าไม่มีล่ะครับคนชังชาติอย่างที่ว่า แต่ถ้าเดินออกมาแบบคุณสุเทพคุณวรงค์จะทำ ผมว่าคนจะ “ชังเพิ่ม” 

วาทกรรม “ชังชาติ” จะพลาดเพราะคน “ชังเพิ่ม” 

นี่เป็นเกมที่พยายามจะสร้างพื้นที่สร้างพลังทางการเมืองเพราะตั้งแต่ออกมาตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย คุณสุเทพแตกต่างกันเหลือเกินนะครับกับวันที่เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นลุงกำนันกปปส.  เป็นพรรคร่วมรัฐบาลมีส.ส. 5 ที่นั่ง มีรัฐมนตรี 1 คนก็เงียบเชียบเหมือนกับไม่มี 

พักหลังมาคุณสุเทพแกคิดอะไรทำอะไรไม่เป็นแล้วล่ะครับ เป็นลุงกำนันก็เดินไปทั่วบ้านทั่วเมือง พอตั้งพรรคก็เดินไปทั่วประเทศอ้างว่าคารวะแผ่นดิน วันนี้จะตั้งเวทีปราศรัยตระเวนไปทุกจังหวัดอีกแล้ว 

อย่างน้อยก็เป็นการสร้างแรงกดดันต่อฝ่ายค้านหรือไม่

ผมไม่คิดว่าจะไปสร้างความกดดันใดๆ ให้กับพรรคฝ่ายค้านนะครับ แต่ถ้าคุณสุเทพและพวกเปิดเวทีปราศรัยอย่างที่ว่าจริง แรงกดดันทั้งหลายจะถาโถมใส่รัฐบาล เพราะถ้าคุณสุเทพตั้งเวทีได้ คุณธนาธร ก็อาจจะตั้งได้

พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย หรือพรรคอื่นๆ เขาก็ตั้งเวทีได้

ถ้าลุงกำนันเดินสายได้ ลุงสารพัดลุง เขาก็คงเดินสายได้เช่นเดียวกัน

เห็นใจก็แต่ลุงตู่ล่ะครับ ไม่รู้จะจัดการยังไง

จะไป ‘วิ่งไล่ลุง’ ไหม

ผมคนเรียบร้อย ผมวิ่งไล่ยุงดีกว่า 

The Bangkok Insight Editorial Team