COLUMNISTS

อย่าลืม ! เป้าหมาย ‘พลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก’ ชุมชนมาก่อน ฐานเสียงเป็นผลพวง

SARANYA THONGTHAB
3587

วันนี้นักการเมืองปักหลักลงพื้นที่ชนิดเบียดเสียด แต่ลงเฉยๆเห็นทีจะโหวงเหวง ต้องติดไม้ติดมือโครงการใดโครงการหนึ่งให้ชุมชนมีความหวังเป็นรูปธรรม และเวลานี้คงไม่มีอะไรคึกคักเท่าโครงการพลังงาน ที่อยู่ในมือทั่นสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ตั้งชื่อว่าไว้ว่า “พลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” 

ตอนนี้ข้าศึกประชิดตัว ทั่นไม่รีรออีกต่อไป กำลังเร่งปั้นให้เป็นรูปธรรม นำโครงการลงพื้นที่ให้เร็วที่สุด โดยอาศัยองคาพยพของกระทรวงพลังงาน และเครือข่าย

“พลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ทั่นแปลงเป็น 2 โมเดลใหญ่ คือ โมเดล 1.โรงไฟฟ้าชุมชน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ รวม 1,000 เมกะวัตต์ ที่ให้เอกชนลงทุน และดึงชุมชนเข้าไปหุ้นบุริมสิทธิ์ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ

โมเดล 2.  “พลังงานชุมชน” โครงการนี้ใช้สตางค์กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นหลัก  เป้าหมายนำโครงการไปลงให้ถึงระดับหมู่บ้าน

ปลุกปั้น ลงพื้นที่ ดึงเครือข่ายมาช่วยคิดกันพักใหญ่ คราวนี้ได้ฤกษ์ต้องลงมือทำ วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ จึงมีการระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน กว่า 300 คน ทั้งส่วนกลาง และระดับพื้นที่ โดยเฉพาะพลังงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด มาประชุมเชิงปฏิบัติการ นำนโยบายพลังงานชุมชนเป็นโจทย์ใหญ่ นำไปทำงานในพื้นที่  ประชุมครั้งนี้ทั่นหวังผล มีการแบ่งกลุ่มระดมสมอง พร้อมเคาะให้ทั่นสนธิรัตน์ ดูในวันเดียวกันเลย เรียกว่าโครงการด่วนจี๋ ไปรษณีย์จ๋า ไม่หวังผลมาก แค่ไปครองพื้นที่ก่อนศึกมา

โครงการพลังงานชุมชนตั้งเป้า 5 ปี 1,000 โครงการ ซอยย่อยเป็น

1.โครงการกิจการไฟฟ้าชุมชน (Off Grid)

2.สถานีพลังงานชุมชน

3.โครงการพัฒนาศักยภาพของภาคีเครือข่าย

สำหรับโครงการกิจการไฟฟ้าชุมชน (Off Grid)  ดำเนินการในพื้นที่ห่างไกลนอกเขตสายส่ง และภายใน 5 ปีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)ไม่มีแผนงานขยายเขตระบบไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าว  ผู้ขอรับการสนับสนุนเป็นได้ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กองทุนหมู่บ้าน หรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

รูปแบบ จะเป็นการเปิดหลากหลายตามศักยภาพ อาทิ โซลาร์เซลล์ พลังน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น  มีเป้าหมาย 700 โครงการ ภายในปี 2566-2567 นำร่องก่อนเลย ปี 2563 จำนวน 20 โครงการ  งบลงทุน แห่งละ 10-15 ล้านบาท

โครงการที่ 2 สถานีพลังงานชุมชน พื้นที่ดำเนินงาน เน้นสถานที่ศูนย์เรียนรู้ในพื้นที่ มีผลิตภัณฑ์จากการเกษตร หรืออุตสาหกรรมชุมชน  ผู้รับการสนับสนุนเป็นทั้ง อปท. วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ส่วนราชการจังหวัด องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร

รูปแบบโครงการนี้ จะเป็นการใช้พลังงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ หรือมีตั้้งแต่นำพลังงานไปใช้ในการเพาะปลูก การจัดการน้ำ การเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูปผลผลิต และการจัดการของเสีย เช่น โซลาร์เซลล์ นำไปใช้ในห้องเย็น ผลิตน้ำดื่ม น้ำแข็ง สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง ไบโอแก๊ส ไบโอแมส เป็นต้น เป้าหมาย 250 แห่งในปี 2566 นำร่อง ปี 2563 จำนวน 20 แห่ง  งบลงทุน 3-5 ล้านบาทต่อแห่ง

โครงการที่ 3 พัฒนาศักยภาพ มุ่งเน้นพัฒนาทักษะอาสาสมัครพลังงานชุมชน ประชาชนทั่วไป และเครือข่ายพลังงานชุมชนให้เป็นช่างชุมชน และเกิดโครงการด้านพลังงานขึ้นในพื้นที่

เป้าหมาย ปี 2567 เกิดช่างชุมชน 6,300 คน และพัฒนาโครงการ 1,000 แห่ง นำร่องปี 2563 เกิดช่างชุมชน 1,800 คน และพัฒนาโครงการ 30 แห่ง

อย่างไรก็ตามในเบื้องต้น ได้มีการสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว สำหรับ โครงการ Off Grid มีด้วยดัน 40 จังหวัด 662 หมู่บ้าน 53,687 ครัวเรือน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 36 หมู่บ้าน และอยู่บนเกาะ 2 หมู่บ้าน

ส่วนพื้นที่ปลายสายส่ง ที่ไฟฟ้าตกดับบ่อยมี 11 จังหวัด 52 หมู่บ้าน 60,599 ครัวเรือน ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย เลย อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ กำแพงเพชร จันทบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ กระบี่

ทางด้าน “สถานีพลังงานชุมชน”  มีการสำรวจ มาได้ 21 จังหวัด 49 หมู่บ้าน 3,569 ครัวเรือน มีความพร้อมสูง 33 หมู่บ้าน

สำหรับการของบประมาณ จะให้ทั้งพื้นที่ของบโดยตรงจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และขอผ่านหน่วยงาน ได้แก่ อปท. และสำนักงานพลังงานจังหวัด เป็นต้น งานนี้มีการดึง “สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)” เครือข่ายของนพ.พลเดช ปิ่นประทีป กุนซือ “พลังงานชุมชน” เข้ามาเป็นภาคีเครือข่ายการทำงานด้วย เรียกได้ว่าระดมทุกทรัพยากรในทุกเครือข่ายที่ทั่นสนธิรัตน์มีอยู่ในทั้งอดีต และปัจจุบันมาลุยด้วย

อย่างไรก็ตาม “พลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” หวังว่าจะไม่ลืมเป้าหมายใหญ่ ให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดีอย่างแท้จริง และวัดผลได้จริง จากการที่ประชาชนมีเงินในประเป๋าเพิ่ม ลดหนี้สิน มีสุขภาพกายใจดีขึ้นตามลำดับ ทั้งสภาพแวดล้อมรอบตัวก็ดีด้วย และทั้งหมด “ยั่งยืน” หากจริงใจ ไม่ไก่กาเชื่อว่า “ฐานเสียง” จะตามมาเป็นผลพลอยได้ในภายหลัง มิใช่ทำวันนี้ แล้วนั่งรอผลเลือกตั้งเลย !!    

 

Add Friend Follow