ดูหนังออนไลน์
Business

บีบ ‘สายการบิน’ แก้ปัญหาฐานะการเงิน หากไม่ทำตาม มีสิทธิ์ถูกยกเลิกใบอนุญาต

ศักดิ์สยาม” บีบ “สายการบิน” ปรับปรุงฐานะการเงิน หากผู้ประกอบการไม่ปรับตัว คาดโทษถึงขั้นยกเลิกใบอนุญาต ด้าน “กพท.” เร่งศึกษาโครงสร้างต้นทุน จับผิดลดค่าตั๋วทั้งปีเข้าข่าย “ทุ่มตลาด”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) วันนี้ (6 ธ.ค.) ว่า ได้สั่งการให้นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ตรวจสอบสถานะทางการเงินของสายการบินที่ได้รับใบอนุญาตการเดินอากาศ (AOC) ทุกราย หากเล็งเห็นว่าสายการบินใดมีฐานะทางการเงินที่น่าเป็นห่วง ให้เพิ่มความถี่เข้าไปตรวจสอบ และตรวจเข้มให้ปรับปรุงธุรกิจให้อยู่ในคุณสมบัติที่กำหนด หากไม่สามารถดำเนินการ ก็มีความจำเป็นต้องยกเลิกใบอนุญาต

“เรื่องนี้ผมได้สั่งการให้เร่งดำเนินการทันที เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายกับผู้โดยสาร ถ้าพบว่าสายการบินใดปรับตัวให้เป็นไปตามข้อกำหนดไม่ได้ ถ้าจะต้องยกเลิกใบอนุญาตก็ต้องทำ เลิกไปก่อนเพื่อหยุดความเสียหาย” นายศักดิ์สยามกล่าว

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่ามีหลายสายการบินที่เข้าข่ายต้องจับตาดูฐานะทางการเงิน ซึ่งประเด็นที่ กพท.จะตรวจสอบ คือการดูภาพรวมธุรกิจ ดูในส่วนของเกณฑ์ส่วนผู้ถือหุ้นเป็นอย่างไร และผลประกอบการที่ผ่านมาขาดทุนขนาดไหน หากเรียกมาเจรจาแล้วพบว่าไม่ได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็จะต้องเลิกใบอนุญาตไปก่อน

รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สายการบินที่ กพท. กำลังจับตาดูฐานะทางการเงิน ส่วนใหญ่เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost Airline) เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าธุรกิจเริ่มขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการจัดทำโปรโมชั่นลดราคาบัตรโดยสารถี่มากขึ้น หรือบางสายการบินมีโปรโมชั่นราคาถูกตลอดทั้งปี ซึ่งการปรับตัวทางธุรกิจเช่นนี้ เป็นสัญญาณให้เห็นว่าสายการบินกำลังสู้การแข่งขันด้านราคา หากลดราคาต่ำกว่าทุนอย่างต่อเนื่อง ต้องมีสาเหตุที่ทำให้ยอมขาดทุน

“ตอนนี้ กพท. เรากำลังศึกษาโครงสร้างราคาของสายการบินให้ชัดเจน โดยจะต้องดูอย่างละเอียดว่าแต่ละสายการบิน แต่ละเส้นทางบินนั้น ต้นทุนที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะถ้าทราบต้นทุนแต่ละที่นั่งแล้ว ก็จะประเมินได้ว่า การที่สายการบินทำโปรโมชั่นลดราคา ยอมขาดทุนมากมายขนาดนี้ และลดต่อเนื่องทั้งปี ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นตลาดแล้ว แต่อาจจะมีเหตุผลบางประการที่ทำให้ต้องยอมขาดทุน ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลที่ต้องทำให้ธุรกิจอยู่รอด หรือเข้าข่ายทุ่มตลาด” แหล่งข่าวกล่าว

NOPPHAWHAN TECHASANEE