Sme

‘พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์’ ต้องรู้ กลยุทธ์ขายของบน ‘โซเชียลคอมเมิร์ซ’ ให้ปัง

ช่วงปลายปีถือเป็นช่วงเวลาของมหกรรมการช้อปปิ้งสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลานาทีทองสำหรับการช้อปปิ้งในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญลดราคา วันคนโสด 11.11 ที่มีแบรนด์เข้าร่วมมากกว่า 200,000 แบรนด์จากกว่า 78 ประเทศ รวมเป็นยอดการซื้อขายสินค้ากว่า 933.5 ล้านบาท ภายในเวลา 5 โมงเย็นของวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 25.7%

เมื่อเทศกาลช้อปปิ้งปลายปีมีมากมายต่อเนื่อง ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางจึงควรมองหาโอกาสและยกระดับการให้บริการแบบอีคอมเมิร์ซเพิ่มมากขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้ เพื่อรับมือกับการที่ผู้บริโภคเริ่มจับจ่ายซื้อของตามห้างร้านน้อยลงไปพร้อมกันด้วย

จากรายงานล่าสุดของ เฟซบุ๊ก ไอคิว ในหัวข้อ “Facebook 2019 Holiday Study” พบว่า 70% ของคนไทยจากจำนวน 1,506 คนที่ร่วมตอบแบบสำรวจ กล่าวว่า จะเริ่มช้อปปิ้งในช่วงปลายปีในเดือนธันวาคม โดย 1 ใน 4 ของคนอายุระหว่าง 18-34 ปีตอบว่า มีแผนจะใช้จ่ายในการช้อปปิ้งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

ปัจจุบันในทุกเดือนมีคนไทยจำนวน 54 ล้านรายเข้าใช้งานเฟซบุ๊กบนมือถือ และ 60% ของผู้ที่ช้อปปิ้งบนมือถือ มีอายุระหว่าง 18-34 ปี ในขณะเดียวกัน อินสตาแกรมมีผู้ใช้งานมากกว่า 1,000 ล้านรายต่อเดือนทั่วโลก ในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นผู้ใช้งานนอกสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทยมีอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสนใจในเนื้อหาด้านความงามและแฟชั่นมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการช้อปปิ้งในช่วงสิ้นปีในประเทศไทยกว่า 50% ยังคงเป็นการช้อปปิ้งที่ร้านค้าแบบดั้งเดิม แต่ข้อมูลการสำรวจพบว่า คนที่ช้อปปิ้งในร้านค้าแบบดั้งเดิมในปี 2561 ลดลงจากปี 2560 ถึง 11% โดยมีสาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้อีคอมเมิร์ซในประเทศไทย และความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับการช็อปปิ้งได้จากที่บ้าน

ทั้งนี้ โทรศัพท์มือถือยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนสามารถพบกับข้อเสนอและไอเดียต่างๆ ในการซื้อของ จากการศึกษาพบว่า 81% ของนักช้อปชาวไทยยังคงใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างการหาซื้อของขวัญในร้านค้า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วคิดเป็น 4% โดยในกลุ่มนี้ 69% ใช้มือถือในการเปรียบเทียบราคา 58% เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ และ 47% มองหาคูปองหรือส่วนลด

 

นางสาวชวดี วงศ์พยัต หัวหน้าฝ่ายธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เฟซบุ๊ก ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับในประเทศไทย มือถือมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคได้ค้นพบและรู้จักแบรนด์ใหม่ๆ โดย 61% ของคนที่ใช้มือถือในการหาข้อมูลก่อนซื้อบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ค้นหาร้านค้าใกล้เคียงที่มีผลิตภัณฑ์และข้อเสนอดีๆ ให้เลือกช้อป นอกจากนี้ ยังพบว่า 39% ของผู้บริโภคค้นพบแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ใหม่จากการดูวิดีโอบนมือถือ

ขณะที่การใช้งานใน เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม นั้น ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนของผู้ใช้งานถือเป็นหัวใจหลักของประสบการณ์ออนไลน์ของพวกเขา ผู้ใช้เหล่านี้เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสด้วยการส่งคำอวยพรและบันทึกภาพประสบการณ์ของตนเองส่งให้กันและกัน โดยผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า ชอบดูวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัว ที่ทำให้เกิดไอเดียในการเลือกซื้อของขวัญ หรือทำให้มีอารมณ์ร่วมไปกับเทศกาลวันหยุด

ปฏิสัมพันธ์ออนไลน์เหล่านี้ยังรวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างร้านค้าและผู้บริโภค การส่งข้อความกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการกดซื้อ โดย 9 ใน 10 คนของผู้ที่ชอบช้อปปิ้งในช่วง สิ้นปีกล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะซื้อของจากร้านค้าที่สามารถพูดคุยโต้ตอบได้ทันทีผ่านบริการส่งข้อความมากกว่า

ดังนั้นร้านค้าต่างๆ มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีความหมายมากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ จากข้อมูลพบว่า 80% ของผู้ใช้ Instagram ติดตามร้านค้าอย่างน้อยหนึ่งร้าน ขณะที่ 84% ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่าตนส่งข้อความพูดคุยกับร้านค้าต่างๆ ในช่วงปลายปี 2561 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ รวมถึงเพื่อติดตามคำสั่งซื้อ หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์

นอกจากราคาและบริการจัดส่งฟรีที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจซื้อของแล้วนั้น ร้านค้าทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กก็สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือการส่งข้อความเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค หรือตั้งระบบตอบกลับอัตโนมัติที่สามารถช่วยในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ได้ด้วย เนื่องจากอัตราการช้อปปิ้ง มักเพิ่มสูงขึ้นในช่วงก่อนถึงวันหยุดเทศกาล

ขณะเดียวกัน จากพฤติกรรมนักช้อปส่วนใหญ่ พบว่า จะไม่ซื้อของจนกว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม เพื่อซื้อของใหม่ๆ สำหรับเป็นของขวัญปีใหม่รวมถึงรอส่วนลดเพิ่มเติมหลังเทศกาลวันหยุดจบไปแล้ว นับว่าความสนใจของผู้บริโภคอยู่ในระดับสูงตลอดทั้งช่วงปลายปีไปจนถึงต้นปี ร้านค้าจึงควรออกกลยุทธ์ในช่วงใกล้ๆ วันที่มีการช้อปปิ้งสูงสุด

ขณะที่การออกแบบแคมเปญสำหรับลูกค้าที่ใช้มือถือเป็นหลัก ควรใช้คลิปวิดีโอแบบสั้นเพื่อดึงความสนใจของลูกค้าตั้งแต่เนิ่นๆ โดยใส่โฆษณาที่มีแบรนด์ปรากฏ และใช้แพลตฟอร์มการส่งข้อความอย่าง Messenger เพื่อสอดแทรกรายละเอียดเนื้อหาได้มากขึ้นในช่วงเทศกาล

พร้อมกันนี้ ยังต้องทำให้แบรนด์เป็นที่สังเกตและโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ อาทิ การเน้นข้อเสนอส่วนลดหรือสิ่งจูงใจให้เห็นชัดเจนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เนื่องจากราคายังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อของนอกเหนือจากการจัดส่งฟรีสำหรับลูกค้าที่ซื้อของในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้า ตลอดจนการบริการจัดส่งในวันถัดไป เป็นต้น

ในยุคที่ความคาดหวังของลูกค้าพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ โดยลูกค้า 1 ใน 3 รายทั่วโลกจะหยุดซื้อของจากแบรนด์ที่ตัวเองชื่นชอบ ทันทีที่เจอประสบการณ์ไม่ดีเพียงครั้งเดียว หมายความว่าลูกค้าคาดหวังว่าร้านค้าต่างๆ จะมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ราบรื่นให้พวกเขา ร้านค้าต่างๆ จึงต้องทำให้แน่ใจว่าจะสร้างประสบการณ์ที่สะดวกและไร้รอยต่อตั้งแต่นาทีที่ลูกค้าเริ่มรู้จักแบรนด์ไปจนถึงขั้นตอนการซื้อ

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT