CSR

‘CP-CPF’ ร่วมประชุมยูเอ็น แชร์ประสบการณ์ทำงานสิทธิมนุษยชน

ดร. เนติธร ประดิษฐ์สาร รองเลขาธิการ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็คแห่งประเทศไทย (GCNT) และผู้แทนเครือเจริญโภคภัณฑ์​ พร้อมกับ นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นผู้แทนบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และบทบาทของซีพีเอฟ กับการดำเนินงานความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมประมงไทย ที่งานประชุมประจำปีของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยเรื่องภาคธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (2019 UN Forum on Business and Human Rights) หัวข้อเรื่อง Multi stakeholders initiatives promoted by States to drive business respect for human rights – effectiveness and lessons learned

การประชุม Multi stakeholders initiatives promoted by States to drive business respect for human rights – effectiveness and lessons learned เป็นการประชุมว่าด้วยความสำคัญของการร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในการส่งเสริมการคุ้มครอง และเสริมสร้างความรับผิดชอบในการเคารพสิทธิมนุษยชน

CPF ได้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Seafood Task Force เพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชนและพัฒนาความยั่งยืนในอุตสาหกรรมประมงไทย ซึ่งมีผลงานโดดเด่นช่วยให้สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศปลดใบเหลืองของภาคประมงไทย โดย CPF ย้ำว่า บริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมประมงโดยตรง แต่ด้วยความเป็นผู้นำในด้านธุรกิจเกษตร-อาหาร และความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทจึงร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่ม Seafood Task Force ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้นมา

นายวุฒิชัย กล่าวว่า ความสำเร็จของกลุ่ม Seafood Task Force ประกอบด้วย 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่  ความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ทั้งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ห้างค้าปลีกในต่างประเทศ ภาคประชาสังคม ตลอดจนภาครัฐ มาร่วมกันหาทางออก โดยเฉพาะภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญช่วยสนับสนุนการดำเนินงานภาครัฐ อาทิ การร่วมมือกับกรมประมงของไทยใช้เครื่องติดตามเรือบนเรือประมง การจัดตั้งศูนย์สวัสดิภาพ และธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลาที่สงขลา โดย CPF ร่วมกับองค์การสะพานปลา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา
เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาและป้องกันการค้ามนุษย์เชิงรุก และช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของแรงงานประมง และครอบครัวแบบครบวงจร

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกันของหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนและเกิดการประสานเชิงนโยบายอย่างแท้จริง และ การขยายผลการดำเนินงานของกลุ่ม Seafood Task Force ซึ่งถือกำเนิดจาก Shrimp Task Force  โดยขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมประมงโดยรวม ปัจจุบันมีสมาชิกจากทุกภาคส่วนกว่า 50 องค์กร และจะขยายรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะนี้ไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน อาทิ เวียดนาม

ทั้งนี้ นายดันเต้ เปสเซ สมาชิกคณะทำงานยูเอ็นว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ในฐานะประธานการประชุม ได้กล่าวชื่นชมความตั้งใจจริงของ CP-CPF และของประเทศไทย พร้อมยกเป็นแบบอย่างให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ในการส่งเสริมการบูรณาการของทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสิทธิมนุษยชนของสังคมโลกด้วย

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team