ดูหนังออนไลน์
General

ขู่เคลื่อนไหวใหญ่!! ‘686 องค์กร’ รับไม่ได้พลิกมติแบน 3 สารพิษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟชบุ๊ก BIOTHAI ได้โพสต์แถลงการณ์ เครือข่ายสนับสนุนการแบน 686 องค์กรผิดหวังกับมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่อนุญาตให้มีการใช้ไกลโฟเซตต่อไป และยืดเวลาการบังคับใช้การแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสต่อไปอีก 6 เดือน

โดยระบุว่าการตัดสินใจ ซึ่งมาจากการผลักดันและสนับสนุน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นการตัดสินใจที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทสารพิษกำจัดศัตรูพืช โดยผลักภาระความเสี่ยงแก่ประชาชนทั้งประเทศทั้งเกษตรและผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุญาตให้ใช้สารไกลโฟเซตซึ่งสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ ระบุว่าเป็นสารน่าจะก่อมะเร็ง และศาลสหรัฐตัดสินให้บริษัทมอนซานโต้-ไบเออร์ ต้องเยียวยาและชดใช้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนเงินมหาศาล

การยืดเวลาการแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสต่อไป เป็นการเอื้อเฟื้อบริษัทสารพิษ ให้ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อกสินค้าทั้งๆที่พวกเขานำเข้ามาเพื่อเก็งกำไรจำนวนมหาศาลก่อนหน้านี้ โดยปล่อยช่วงเวลาอีก 6 เดือนเพื่อจำหน่ายต่อเกษตรกรทั้งๆที่รู้ว่าเป็นสารที่มีผลต่อสุขภาพทั้งของเกษตรกร ผู้บริโภค และเด็กๆของเรา

รัฐมนตรี และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องในการตัดสินใจนี้ต้องเป็นผู้ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจนี้ และประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศที่สนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตทางการเมืองของพวกเขา

เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงจะเดินหน้าขับเคลื่อน ให้มีการยกเลิกการใช้ไกลโฟเซต และสารพิษร้ายแรงอื่นๆ ต่อไป และจะแถลงมาตรการและแนวทางในการขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเร็ว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผลการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุตสาหกรรม เป็นฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย  โดยที่ได้พิจารณามติการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่มีมติเห็นชอบให้ปรับระดับการควบคุม 3 สาร (พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส) ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4  โดยให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2562 และให้กรมวิชาการเกษตรไปยกร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งขอให้กรมวิชาการเกษตรไปพิจารณาระยะเวลา ความเหมาะสมในการบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากประกาศมีผลบังคับใช้ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องด้วย แล้วมาเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไปนั้น

แต่การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย วันนี้ (27พ.ย.)  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการฯ ว่าได้ประชุมหารือแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่ รวมถึงผลกระทบด้านอื่นๆ พบว่า มีข้อจำกัดในการปฏิบัติ หากจะให้การยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการ มีผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 รวมทั้งผลการประชุมรับฟังความคิดเห็น  พบว่ามีผู้ไม่เห็นด้วย และมีข้อเสนอแนะเป็นจำนวนมาก

การจัดการสารที่คงค้าง  มีจำนวน 23,000 ตัน โดยประมาณ  หากต้องทำลายจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีบางส่วนไม่สามารถผลักดันให้ส่งกลับไปได้
ผลกระทบที่จะเกิดต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ อาจจะไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบที่เป็นผลิตผลทางการเกษตรได้ เนื่องจากอาจมีสารตกค้างอยู่ในผลผลิตดังกล่าว และในประเด็นนี้ยังไม่มีมาตรการในการบริหารจัดการ
ผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการวัตถุอันตราย จึงได้เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เกี่ยวกับรายชื่อวัตถุอันตราย และระยะเวลาในการบังคับใช้ เนื่องจากมีการประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติ เพื่อบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่จะยกระดับให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 แล้ว พบว่า ไม่สามารถบริหารจัดการได้หากประกาศจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 และยังไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเกษตรกร และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงผลกระทบด้านการค้าระหว่างประเทศ และภาระที่จะเกิดขึ้นกับภาครัฐ

คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้พิจารณาข้อเสนอของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วมีมติดังนี้

1. ให้ออกประกาศกำหนดวัตถุอันตรายพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยให้กำหนดระยะเวลาใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 สำหรับวัตถุอันตรายไกลโฟเซต ให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561

2. มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร  ดำเนินการจัดทำมาตรการรองรับในการหาสารทดแทนหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมสำหรับวัตถุอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส รวมถึงมาตรการในการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และให้นำเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาภายในระยะเวลาสี่เดือนนับจากวันที่มีมติ

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight