Startup

‘เวียดนาม’ ไล่จี้ ‘สิงคโปร์’ แหล่งดึง ‘เงินทุนฟินเทค’ มากสุดในอาเซียน

สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) ของเวียดนาม กำลังไล่จี้สิงคโปร์มาติดๆ ในการดึงดูดเม็ดงินลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีอินโดนีเซียไล่ตามมาห่างๆ  ในฐานะ 3 จุดหมายแรกของการลงทุนในภูมิภาคนี้

ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ นับถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา 36% ของเม็ดเงินลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งตรงไปที่ภาคฟินเทคของเวียดนาม เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 0.4% เมื่อปี 2561 ขณะที่สิงคโปร์ได้เม็ดเงินลงทุนไป 51% ลดลงจากระดับ 53% เมื่อปีที่แล้ว และอินโดนีเซียที่ 12% เทียบกับปีที่แล้วที่ 37%

หว่อง วันอี้ ผู้บริหารด้านฟินเทค จากพีดับเบิลยูซี สิงคโปร์ ผู้เขียนรายงานเรื่องบริษัทฟินเทคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ร่วมมือกับยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ แบงก์ และสมาคมฟินเทคสิงคโปร์จัดทำขึ้น กล่าวว่า ในเวียดนามนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การชำระเงิน ซึ่งสำหรับตัวเขาแล้วคิดว่า เรื่องที่ทำให้ชาติกำลังพัฒนามีความน่าสนใจอย่างมากคือฐานผู้บริโภค

การเติบโตรายปีด้วยตัวเลข 2 หลัก ทำให้มีเกิดการคาดหมายว่า การชำระเงินดิจิทัลจะกลายมาเป็นวิธีการชำระเงินทางเลือกสำหรับการทำธุรกรรมเกือบครึ่งหนึ่งภายในปี 2568 และจะมีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อบรรดาบริษัทฟินเทคสามารถเจาะเข้าไปยังกลุ่มผู้ใช้งานวัยผู้ใหญ่ 300 ล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังไม่มีทั้งบัญชีธนาคาร หรือขาดการเข้าถึงสินเชื่อ การลงทุน และประกันอย่างเหมาะสม

หลังจากที่เคยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้เพียง 35 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2557 ยอดรวมการลงทุนในธุรกิจฟินเทคของภูมิภาคนี้ กลับเฟื่องฟูขึ้นอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทะยานขึ้นแตะระดับ 679 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว และพุ่งถึง 1,140 ล้านดอลลาร์แล้วในปีนี้

สิงคโปร์ยังคงเป็นฐานหลักของธุรกิจนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีบริษัทฟินเทค 45% ของทั้งหมดในภูมิภาคเข้าไปตั้งฐานการดำเนินงานอยู่ และทำธุรกิจเป็นวงกว้าง นำโดย เทคโนโลยีประกัน การชำระเงิน และการเงินส่วนบุคคล

อย่างไรก็ดี ในแง่ของความสามารถด้านการดึงดูดเงินทุนนั้น วีเอ็นเพย์ ผู้ให้บริการโซลูชันชำระเงินอิเล็กทรอนิคส์ของเวียดนาม ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มฟินเทคอาเซียน โดยในปีนี้บริษัทระดมทุนได้แล้ว 300 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่ 2 ตกเป็นของสิงคโปร์ ไลฟ์ บริการประกัน ที่ 110.3 ล้านดอลลาร์ และโมโม เพย์ จากเวียดนามในอันดับ 3 ที่ 100 ล้านดอลลาร์

โดยมี อาคูลาคู แพลตฟอร์มชำระเงินออนไลน์ข้ามชาติ ฟินเทคเบอร์ 1 ของอินโดนีเซียติดอยู่ในอันดับ 5 ร่วมกับ เดสเครา บริษัทการเงิน และบัญชีสิงคโปร์ ที่ 40 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทที่ติด 10 อันดับแรกของการระดมทุนในอาเซียนนั้น เกือบทั้งหมดอยู่ในสิงคโปร์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย

ขณะที่ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ รวมกันแล้วดึงดูดเม็ดเงินลงทุนฟินเทคในอาเซียนได้ไม่ถึง 2% ของยอดรวมการลงทุนทั้งหมด ลดลงอย่างมากจากระดับประมาณ 10% เมื่อปี 2561 ซึ่งรายงานชี้ว่า เป็นผลมาจากการที่นักลงทุนให้ความสนใจในบริษัทที่อยู่ในเวียดนาม และอินโดนีเซียมากขึ้น เพราะทั้ง 2 ประเทศยังมีประชากรที่ไม่มีบัญชีธนาคารอยู่เป็นจำนวนมาก

ในอินโดนีเซียนั้น เงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีมันนี่)เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะต่อให้เป็นบุคคลที่ไม่มีบัญชีธนาคารก็สามารถสมัครใช้บริการอีมันนี่ผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ และบริษัทต่างๆ ก็แข่งกันลดราคาด้วย

ข้อมูลจากธนาคารกลางอินโดนีเซีย แสดงให้เห็นว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ อินโดนีเซียมีการใช้อีมันนี่ราว 4,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 180% จากปีที่แล้ว โดยผู้นำในตลาดนี้ รวมถึง โกเพย์ บริการชำระเงินในเครือโกเจ็ก ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถรับส่ง และโอโว ในเครือลิปโป กรุ๊ป กลุ่มบริษัทธุรกิจชั้นนำของประเทศ

เคลวิน เตี๋ยว ผู้ร่วมก่อตั้งฟันดิ้ง โซไซเอตีส์ แพลตฟอร์มการเงินธุรกิจในสิงคโปร์ แสดงความเห็นว่า แม้ที่สุดแล้ว ประเทศที่พัฒนาน้อยกว่าจะสามารถไล่ตามทันสิงคโปร์ ในแง่ของการพัฒนาฟินเทค แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ สิงคโปร์จะยังเป็นศูนย์กลางบริการการเงินในภูมิภาคนี้ต่อไป

“สิงคโปร์มีสถานะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก ในฐานะศูนย์กลางการเงินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะยังเป็นผู้เล่นสำคัญในด้านของความเป็นผู้นำ และศูนย์กลางสำหรับผู้เล่นฟินเทครายอื่นๆ ในภูมิภาค”

กระนั้นก็ตาม รายงานเตือนว่า ความท้าทายหลักที่บริษัทฟินเทคต้องเผชิญ ในการขยายตัวให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคนี้ รวมถึง การค้นหาพนักงานที่มีทักษะยอดเยี่ยม และเมื่อได้แล้วก็ต้องหาทางรั้งตัวเอาไว้ให้ได้ ซึ่งผลสำรวจบริษัทฟินเทค 139 ราย พบว่า 58% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามกังวลถึงเรื่องดังกล่าว และส่วนใหญ่ระบุว่า การจ้างงานบุคคลที่เหมาะสมนั้นต้องใช้เวลานาน

“บริษัทฟินเทคจำเป็นต้องพิจารณาว่า มีความเชี่ยวชาญอย่างเหมาะสม และเป็นจำนวนมาก ในแหล่งลงทุนที่พวกเขาเลือกไว้หรือไม่” เขี่ย ฮก ไล ประธานสมาคมฟินเทค สิงคโปร์ กล่าว

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI