CEO INSIGHT

‘สตาร์มาร์ค’ ฉีกธุรกิจขยาย ‘โรงแรม-เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์’ หนีอสังหาฯซบ

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมจะมีแนวโน้มติดลบ แต่สำหรับดีมานด์ตลาดเฟอร์นิเจอร์ในกลุ่มระดับบีบวก ถึงเอบวก ยังคงมีความต้องการจากนักลงทุนต่างประเทศ จากการเกิดใหม่ของธุรกิจกลุ่มที่พักและโรงแรมที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

แนวโน้มดังกล่าว จึงเป็นโอกาสที่ บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด ผู้นำด้านการออกแบบชุดครัวและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งคุณภาพเพื่อการพักอาศัยครบวงจร มายาวนานกว่า 37 ปี มุ่งมั่นจะขยายออกไปจับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว พร้อมทั้งวางเป้าหมายกรุยทางสู่การรุกตลาดอินทีเรียในปี 2563 เพื่อสร้างความครบวงจรของธุรกิจในการตอบสนองกลุ่มลูกค้าทั้ง บีทูบี และ บีทูซี

นางสาวณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด เปิดเผยว่า จากความเชี่ยวชาญของบริษัทในด้านเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในที่พักอาศัยแบบ Fully-Furnished และ Fully-Fitted จนเกิดเป็นไอเดียของกลยุทธ์บริการออกแบบและตกแต่งเสร็จแบบครบวงจร หรือ Mass Interior System service เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในกลุ่มโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์โดยเฉพาะ และเป็นการแตกไลน์สู่ธุรกิจตกแต่งห้องพักแบบครบวงจร

ทั้งนี้ สตาร์มาร์ค ได้เริ่มให้บริการ Mass Interior System ครั้งแรกในปี 2554 โดยเริ่มจากการเข้าตกแต่งโครงการของกลุ่มโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พ้อยท์ที่แรก ในโครงการ แกรนด์ เซ็นเตอร์ พ้อยท์ สุขุมวิท ที่เทอร์มินอล 21 ซึ่งถือเป็นการทดลองเปิดให้บริการ และพบว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดี จึงขยายการให้บริการกับโครงการในกลุ่มโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พ้อยท์อีกหลายแห่ง อาทิ แกรนด์ เซ็นเตอร์ พ้อยท์ สุขุมวิท 55, แกรนด์เซ็นเตอร์พ้อยท์ พัทยา รวมถึงโครงการที่อยู่ในระหว่างดำเนินการอีก 2-3 โครงการ

 

การดำเนินงานในกลุ่มธุรกิจนี้ จะเป็นการให้บริการออกแบบและตกแต่งเสร็จแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนของการให้คำปรึกษา ออกแบบ ตกแต่ง รวมไปถึงการจัดหาและผลิตเฟอร์นิเจอร์-ของตกแต่ง มาประกอบแบบสำเร็จรูป เข้าในพื้นที่งานแบบ All-in-One Customized Furnishing ให้แก่ลูกค้าโครงการ นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นจากโรงงานผลิตและนักออกแบบของสตาร์มาร์คเอง ที่สามารถปรับเปลี่ยนและผลิตตามความต้องการของโครงการได้โดยง่าย

ขณะเดียวกันในปี 2563 สตาร์มาร์ค ยังมีแผนปรับปรุงแฟล็กชิพ สโตร์ ที่ซีดีซี และโชว์รูมบางยา เพื่อขยายธุรกิจรองรับลูกค้ากลุ่มอินทีเรีย ให้เข้าถึงบริการที่รวดเร็ว และตอบโจทย์ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและฝีมือ อีกทั้ง บริษัทยังได้เตรียมการปรับกระบวนการภายใน ทั้งลดกระบวนการให้กระชับขึ้น และดีไซน์สินค้าโดยคำนึงถึงความต้องการของตลาด พร้อมสร้างคอนเซ็ปต์กับพาร์ทเนอร์ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ครบวงจรในสินค้าเพื่อการอยู่อาศัย

“ธุรกิจ Mass Interior System service จะเป็นอีกหนึ่งเรือธงที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับบริษัทได้ ทั้งในแง่ของบริการที่ครบวงจร ประหยัดเวลา-ค่าใช้จ่าย และตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด ซึ่งสตาร์มาร์คคาดว่าจะสามารถดันยอดขายให้เติบโตได้ 10% ในปี 2563″นางสาวณัฐปภัสร์ กล่าว

ปัจจุบันตัวเลขผลประกอบการของสตาร์มาร์คยังคงดำเนินไปทิศทางบวก จาก แบ็กล็อก กว่า 1,600 ล้านบาท ในช่วง 10 เดือนแรก ซึ่งฐานลูกค้าหลักของสตาร์มาร์ค ยังคงแบ่งออกเป็นลูกค้าโครงการที่ 60% และลูกค้าทั่วไปที่ 40% โดยกลุ่มลูกค้าทั่วไปยังคงเติบโตในระดับที่ดี จากจำหน่ายผ่านโชว์รูม โมเดิร์นเทรด และดีลเลอร์กว่า 80 สาขาทั่วประเทศและในกลุ่มเออีซี ซึ่งภาพรวมในปีนี้คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ที่ 10% ตามเป้าหมายที่วางไว้

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT