Branding

กว่าจะเป็นที่ 1 ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู ‘หงษ์ทอง’ ชูความต่าง-ลิมิเต็ด

เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง ตั้งเป้าปีหน้า ยอดขาย “ข้าวหงษ์ทอง” ทะยาน 2,500 ล้านบาท ล่าสุดส่งข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู วางตลาด ดันยอดขายปี 62 โต 5% หรือ 2,200 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดข้าวถุง 20,000 ล้านบาท

นายกัมปนาท มานะธัญญา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวแบรนด์ “ข้าวหงษ์ทอง” เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูของหงษ์ทอง มียอดขายติดอันดับ 1 โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 50% ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Product Differentiation) รุ่น ลิมิเต็ด เอดิชั่น จากโครงการหงษ์ทองนาหยอดปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ เพื่อพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาไทย

ทั้งนี้ ล่าสุด บริษัทได้วางจำหน่าย ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู รุ่น Limited Edition พร้อมตั้งเป้าเติบโตขึ้นเท่าตัว ซึ่งคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย เห็นได้จากการขายผ่านแคมเปญวันที่ 11:11 สามารถทำยอดขายได้ถึง 12,000 ถุง ในเวลา 1 วัน และวางเป้าหมายเดือน พ.ย.-ธ.ค. จะมียอดขาย 600,000 ถุง

นอกจากนี้ ยังได้ออกหนังโฆษณาทางออนไลน์ “เพียงคำเดียว” ซึ่งเป็นการนำเรื่องโครงการนาหยอดผูกเข้ากับเรื่องการสร้างครอบครัวที่ต้องดูแลเอาใจใส่กันและกันเหมือนตั้งแต่เริ่มต้นจีบกันใหม่ๆ แต่งงานสร้างครอบครัว จนมีลูก เช่นเดียวกับการทำนาหยอดด้วยการคัดสรรกันตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ บำรุงดิน ดูแลแปลงนา เอาใจใส่ทุกวันทุกกระบวนการ

สำหรับโครงการหงษ์ทองนาหยอด เริ่มต้นในปี 58/59 จากที่มีผู้ร่วมโครงการเพียง 500 ไร่ ในปีนี้ฤดูกาลปลูก 61/62 มีผู้ร่วมโครงการเพิ่มเป็น 60,000 ไร่ เป็นผลมาจากโมเดลของโครงการประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้คือ ลดต้นทุนการปลูก เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ทำให้รายได้ของชาวนาเพิ่มขึ้นเมื่อชาวนาเห็นผลชัดเจน โดยมีผู้นำชุมชนเป็นผู้ร่วมโครงการและสนับสนุนให้ชาวนาท่านอื่น ๆ เข้าร่วมเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมตั้งเป้าผู้ร่วมโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ไร่ ในปี 2563 และขยายพื้นที่ออกไปในอำเภอต่างๆ เพิ่มขึ้น

ขณะที่สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า ขยับสูงขึ้นเกือบ 30-40% โดยราคาข้าวหอมมะลิตันละ 18,000 -20,000 บาท ทำให้ต้นทุนข้าวเพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาด ส่งผลต่อราคาขายปลีกข้าวหอมมะลิบรรจุถุง ราคาเฉลี่ย 230-250 บาทต่อขนาด 5 กก. ราคาข้าวหอมเกรดรองอยู่ที่ 170-200 บาท ผู้บริโภคจึงหันมาซื้อข้าวหอมเกรดรองมากขึ้น โดยมูลค่าตลาดข้าวบรรจุถุงปี 2562 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งข้าวหงษ์ทองมีส่วนแบ่งตลาด 11% หรือประมาณ 2,200 ล้านบาท

นายกัมปนาท กล่าวว่า ในปี 2563 ข้าวหงษ์ทองวางเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยเน้นสร้างการเติบโตจากช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันข้าวหงษ์ทองเป็นอันดับ 1 ในการขายข้าวถุงทางออนไลน์ได้รับการสั่งซื้อทั้งจาก ช้อปปี้ และ ลาซาด้า ซึ่งพบว่า มียอดขายเป็นที่น่าพอใจเพิ่มขึ้นทุกปี

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT