Politics

‘อนุทิน’ ย้ำ! นโยบายกัญชาต้องเป็นรูปธรรม

“อนุทิน” ย้ำ! นโยบายกัญชาต้องเป็นรูปธรรม ลั่นเป้าหมายคือให้ประชาชนปลูก เพื่อรักษาตัวเองเป็นหลัก

ความคืบหน้าของนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย หลังจากมีการยื่นร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ และ ร่าง พ.ร.บ.สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย เข้าสู่การพิจารณาของสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นโยบายกัญชามีความสำคัญกับพรรคภูมิใจไทยมาก ต้องทำให้เห็นความเป็นรูปธรรมมากที่สุด ทุกครั้งที่นำเสนอเรื่องอะไรออกไป มักจะมีคนมาถามเรื่องของนโยบายดังกล่าวตลอด ซึ่งสะท้อนว่า ประชาชนให้ความสนใจกับเรื่องนี้ขนาดไหน และตนไม่เคยลืม เป้าหมายคือให้ประชาชนปลูก เพื่อรักษาตัวเองเป็นหลัก กระนั้น การใช้ต้องเป็นไปอย่างถูกวิธี

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข ต้องเข้ามาดูแลจัดการก่อน วันนี้องค์การเภสัชกรรมสามารถปลูกและผลิตสารสกัดจากกัญชาได้แล้ว กระจายไปตามโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมกับเปิดอบรมแพทย์ ให้สามารถจ่ายน้ำมันกัญชาอย่างถูกต้อง สำหรับการแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้านจำนวนมากได้มาขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับสูตรยา ซึ่งมีกัญชาเป็นส่วนผสม อาทิ สูตรของ อ.เดชา ก็ได้มาขึ้นทะเบียนแล้วเช่นกัน เพราะกระทรวงสาธารณสุขต้องการให้ทั้งหมอแผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย ได้ใช้กัญชาในการรักษาโรค และเราพยายามนำกัญชาขึ้นมาบนดิน

“บางคนอาจจะมองว่านโยบายกัญชา ยังไม่รวดเร็วทันใจ แต่ขอให้เข้าใจว่าการนำกัญชาขึ้นมาบนดินเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ถ้าทำอย่างเร่งร้อน เกรงจะเกิดผลเสียอย่างใหญ่หลวง ยกตัวอย่างว่า หากมีการจำหน่ายสารสกัดจากกัญชา แล้วประชาชนไปซื้อ นำไปใช้ต่างประเทศ ปรากฎว่าถูกจับ เพราะทางนั้นมองว่าเป็นสารเสพติด อาจจะโดนโทษถึงขั้นประหารชีวิต ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะฉะนั้น ทุกอย่างต้องทำอย่างรอบคอบ ต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามในการเดินหน้านโยบายนี้” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ที่จริงแล้วไม่อยากให้เรียกกัญชาว่ากัญชา แต่อยากให้เรียกเป็นสาร THC, CBD ซึ่งเป็นสารสำคัญในพืชชนิดนี้ เพื่อลบภาพยาเสพติดออกไป โดยสรุปกระทรวงสาธารณสุขผลักดันการใช้กัญชาทางการแพทย์ และเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในอนาคต หากสารสกัด CBD, THC ได้รับการยอมรับ เรื่องของกัญชาจะเปิดกว้างยิ่งขึ้น

สำหรับสาเหตุที่ต้องใช้หมอเดินหน้านโยบายเกี่ยวกับกัญชานั้น เพราะหมอมีความน่าเชื่อถืออย่างยิ่งในสังคม แต่ตนไม่ได้บังคับให้ใครมาเดินหน้า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ถ้าคิดว่าไม่ใช่ ก็ไม่ต้องทำ แต่เพราะทางกระทรวงสาธารณสุข เห็นความสำคัญของกัญชา ในฐานะทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรค นโยบายจึงเดินต่อ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าบางส่วนของนโยบายกัญชา อาทิเรื่อง กัญชา 6 ต้น มีความยาก เกี่ยวพันกับความเชื่อ และหลายหน่วยงาน การจะทำให้สำเร็จต้องอาศัยช่องทางรัฐสภา เพื่อแก้กฎหมาย ซึ่งภูมิใจไทยได้ยื่นกฎหมายเข้าสู่สภาแล้ว ทั้งนี้ การยื่นกฎหมายมีใช่มีเพียงเอกสาร แต่กำลังรอข้อมูลสนับสนุนเรื่องคุณประโยชน์ของกัญชา ที่เก็บรวบรวมจากการใช้กัญชาทางการแพทย์กับผู้ป่วยในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเท่าที่ศึกษารายงานผล พบผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้ การใช้กัญชาทางการแพทย์ ที่ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุข เป็นเรื่องที่ทำได้โดยอำนาจของรัฐมนตรีว่าการฯ ดังนั้น จึงเห็นความคืบหน้าชัดเจนกว่าเรื่องอื่นที่ต้องอาศัยการแก้กฎหมายในสภา

“เรื่องกัญชา มันเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานมาก แต่ในฐานะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คิดอยู่เสมอว่า มันต้องทำนโยบายนี้ให้เกิดความเป็นรูปธรรมสูงสุด และถ้าพูดเรื่องแก้กฎหมายในสภา ย่อมต้องใช้เวลา แต่บางเรื่องถ้าต้องผ่านทางนั้นก็ต้องทำ อาทิ เรื่อง 6 ต้น แต่เรื่องไหน มันไปทางอื่นได้ ก็ไปทางนั้น อย่างเช่นเรื่องกัญชาทางการแพทย์ ผมเอาเอกสารของกระทรวงฯมากาง แล้วดูว่าผมจะทำอะไรได้บ้าง ผมมีอำนาจอะไรบ้าง และผมทำตามอำนาจที่มี อาศัยว่ากล้าเซ็น กล้ารับ ก็เห็นความคืบหน้า นโยบายกัญชามีความสำคัญมาก เราต้องใช้ทุกช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายนี้” นายอนุทิน กล่าว

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team