Business

‘AWC’ ผนึกแน่น​ ‘แมริออท’ บริหาร 3 โรงแรม ผุด ‘มิกซ์ยูสพัทยา’ 13,800 ล้าน

แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ลงนามร่วมกับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล บริหาร 3 โรงแรมระดับไอคอน เดินหน้าผุดมิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจคใหม่ใจกลางพัทยามูลค่าลงทุน 13,800 ล้านบาท และโรงแรมระดับบนในภูเก็ต “คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์” 830 ล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า AWC ได้ลงนามสัญญากับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อนำ 3 แบรนด์โรงแรมระดับโลกมาสู่พัทยาและภูเก็ต ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมเจดับบลิว แมริออท เดอะ พัทยา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา และ โรงแรม พัทยา แมริออท มาร์คีส์ ในโครงการ AWC CENTER PATTAYA มูลค่าลงทุนรวม 13,800 ล้านบาท และ โรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ มูลค่าลงทุน 830 ล้านบาท

สำหรับโครงการ AWC CENTER PATTAYA จะเป็นโครงการมิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจคใหม่ ซึ่งการพัฒนาโรงแรมถึง 2 แห่งในโครงการ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุม ทั้งนักเดินทางกลุ่มไมซ์ นักท่องเที่ยว ตลอดจนกลุ่มลูกค้าองค์กร ประกอบด้วยห้องพักรวมกัน 1,298 ห้อง ภัตตาคารและร้านอาหาร 11 แห่ง พร้อมด้วยพื้นที่สำหรับการจัดเลี้ยง ประชุม สัมมนา กว่า 10,000 ตารางเมตร รวมทั้งเพื่อสร้างให้โครงการดังกล่าวกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางพัทยา

นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของ โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งล่าสุดมีความคืบหน้าไปมากสำหรับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานสำคัญของรัฐบาล อย่างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเดินทางและธุรกิจท่องเที่ยวของไทย

ขณะที่โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ตั้งอยู่ในใจกลางตัวเมืองภูเก็ต ประกอบด้วยห้องพัก 248 ห้อง ภัตตาคารและร้านอาหาร 2 แห่ง และพื้นที่จัดประชุมสัมมนากว่า 2,000 ตารางเมตร มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมหน้าใหม่ให้กับการท่องเที่ยวในเขตตัวเมืองภูเก็ต ด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับนักเดินทาง”

“AWC เชื่อมั่นในศักยภาพแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยที่แข็งแกร่ง และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเรายังได้เล็งเห็นถึงศักยภาพที่ดีในระยะยาวของอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย ซึ่งมีข้อพิสูจน์ได้จากอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งโดยเฉลี่ยที่ 47.6% ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา”นางวัลลภา กล่าว

ที่สำคัญคือ AWC มั่นใจในจุดแข็งของโรงแรมภายใต้แบรนด์แมริออททุกแห่งคือ แพล็ตฟอร์มในการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั่วโลก การสร้างสรรค์แคมเปญการขายและการตลาดที่น่าสนใจ ตลอดจนทีมงานที่มีประสบการณ์สูงในธุรกิจโรงแรม นอกจากนั้น แมริออทยังมีเครือข่ายขนาดใหญ่และโครงการสำหรับสมาชิกโรงแรมที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดแขกและลูกค้าใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ

นายเครก เอส สมิธ ประธานบริหารกลุ่มแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวเพิ่มเติมว่า จากความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่มีอย่างต่อเนื่องยาวนานกับแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น และการเติบโตต่อเนื่องไปด้วยกัน การลงนามในสัญญาครั้งสำคัญสำหรับการบริหารสามโรงแรมใหม่ในพัทยาและภูเก็ต ทั้ง AWC และแมริออทต่างยึดมั่นต่อการสร้างสรรค์มาตรฐานระดับสูงสุดในธุรกิจโรงแรม เราจึงภูมิใจที่ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมวิสัยทัศน์ของ AWC เพื่อขยายพอร์ตโรงแรมและโครงการสถานที่ท่องเที่ยวแนวไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน AWC เป็นหนึ่งในเจ้าของโรงแรมแบรนด์ในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย แปซิฟิค (ยกเว้นประเทศจีน) ด้วยจำนวนห้องพักรวม 4,252 ห้องทั่วประเทศไทย จากโรงแรมที่เปิดบริการอยู่ 9 แห่ง ห้องพักรวม 3,452 ห้อง และโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 1 แห่ง ห้องพักรวม 800 ห้อง การลงนามสัญญาครั้งนี้จะส่งผลให้มีโรงแรมเพิ่ม 3 แห่ง มีห้องพักรวม 1,546 ห้อง) และส่งผลให้จำนวนนห้องพักรวมเพิ่มขึ้นเป็น 5,820 ห้อง หากรวมกับโรงแรมในเครือของบริษัททั้งหมดจะมีอยู่ที่ 6,826 ห้อง

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT