Politics

‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่ตรวจราชการจ.ราชบุรี ลั่นเหมือนได้กลับบ้าน

“นายกรัฐมนตรี” ลงพื้นที่ตรวจราชการจ.ราชบุรี อ้อน! มาวันนี้เหมือนได้กลับบ้าน ยันจะทำงานเพื่อคนทั้งประเทศ พร้อมวอนอย่าใช้โซเชียลขัดแย้งกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางตรวจราชการจังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี และการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2562 ณ จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 11– 12 พฤศจิกายน 2562 โดยช่วงเช้าพล.อ.ประยุทธ์ และคณะนั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจภูมิประเทศเพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์โครงการทางหลวงแนวใหม่เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว – บรรจบทางหลวงหมายเลข 3510 (จุดเชื่อมต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ- ภาคใต้ และภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก) บริเวณสามแยกวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

จากนั้นเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีได้เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน กน 1122 ราชบุรี ถึงโรงยิมเนเซี่ยม องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เพื่อพบปะประชาชนที่มาต้อนรับกว่า 4,500 คน จาก 10 อำเภอ โดยมี ส.ว.ให้การต้อนรับ อาทิ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายเฉลา พวงมาลัย นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์ และมี ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี และน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ รวมถึง นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ร่วมให้การต้อนรับด้วย

โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับประชาชนว่า ยินดีที่ได้เดินทางมาครั้งนี้และฝากความคิดถึงทุกคน วันนี้เหมือนการกลับบ้านของตนเหมือนกัน เพราะเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารที่ราชบุรี รับทราบถึงความเป็นไปเป็นมาของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การทำงานวันนี้มีผู้หญิงเข้ามาทำงานมากขึ้น โดยมีโฆษกฯและรองโฆษกรัฐบาลเป็นผู้หญิงทั้ง 3 คน ส.ส.ราชบุรีก็เป็นผู้หญิง วันนี้ผู้หญิงกำลังแย่งงานของเราอยู่ ในวันข้างหน้าทุกประเทศทั่วโลกกำลังเคลื่อนที่ไปสู่การที่การมีสิทธิเท่าเทียมของผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจ นักการเมือง ดังนั้น ผู้ชายต้องขมีขมันเตรียมตัวเองให้พร้อม เพราะผู้หญิงกำลังขยายเขตอำนาจจากในบ้านออกไปสู่นอกบ้านแล้ว ขอให้ระมัดระวังกันไว้ด้วย ทำงานกันให้เข้มแข็ง

ตลอดระยะเวลา 5 ปี และอีก 4-5 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาล ได้ทำงานมาโดยตลอดและต่อเนื่อง เพราะมีแผนงานโดยรวมของทั้งประเทศ และจะเห็นได้ว่าวันนี้โซเชียลมีเดียเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน ซึ่งทุกคนมีสิทธิที่จะโพสต์ หรือเขียนอะไรก็ได้ ซึ่งถือเป็นประชาธิปไตย แต่อยากให้คำนึงถึงข้อกฎหมายด้วย หากไปก้าวล่วงบุคคลอื่นก็ต้องรับผิดชอบ หากมีฟ้องร้อง ซึ่งยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยากต่อการทำงาน เพราะบางครั้งคนโพสต์ ก็ไม่มีความรู้ เห็นมีคนโพสต์แล้วชอบ ก็ตามเขาไป หารู้ไม่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงขอให้ใคร่ครวญไตร่ตรอง เพราะตนต้องการให้ทุกอย่างมีความสงบ เรียบร้อย แต่จะไปห้ามใครไม่ได้

“ในการลงทุกๆ พื้นที่ รวมทั้งการประชุม ครม.นอกสถานที่ ก็จะทราบถึงแผนงานโครงการของทุกจังหวัด เวลาที่ผมมาก็รับฟังความคิดเห็นของทุกคน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีหลายโครงการที่ประสบความสำเร็จ วันนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ผมเองก็ได้จากการเลือกตั้งเหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมามันเป็นคนละเรื่องกัน การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีก็มาจากส.ส. ส่วนส.ว.ยังไม่ทันได้เลือก ผมก็ได้แล้ว ขอให้เข้าใจกันเสียด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปถาม น.ส.ปารีณา ว่า ใช่หรือไม่ปารีณา ความจริงผมรู้จักทุกคน ทั้งส.ส. และส.ว. วันนี้มีส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ ส.ส.ภูมิใจไทย ส.ส.ประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด จากนั้นนายกฯ ให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ลุกขึ้นเพื่อโชว์ตัว

“คนเหล่านี้ ถือเป็นคนของประชาชน มีการนำเสนอสิ่งต่างๆ เข้ามาในฐานะรัฐบาลผสม ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หัวหน้าครม. ผมก็จำเป็นต้องเอาของทุกพรรคมาดู และไม่ใช่ว่าแต่ละพรรคจะทำได้ทั้งหมด มันทำไม่ได้ เพราะงบประมาณไม่พอ ผมก็ต้องนำมาเกลี่ยมาคุย มาหารือกัน บางโครงการก็ต้องชะลอไว้ก่อน ทำในสิ่งที่จำเป็น เพราะทั้งหมดถือเป็นผลงานของรัฐบาลโดยรวม เพราะทั้งหมดที่เสนอมา หรือหาเสียงมา ทุกอย่างต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของครม. และเป็นครม.ที่ตัดสินใจโดยผู้นำแต่ละพรรคของท่าน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ถึงคนอื่น ถ้าเอาเฉพาะพวกเรากันเอง คนอื่นเขาก็จะไม่ได้ วันนี้แม้แต่พื้นที่อื่น ที่ไม่ใช่ส.ส.ของเรา เราก็ยังต้องให้เลย เพราะทุกคนถือเป็นคนไทย เราเลือกไม่ได้ เพราะเราเป็นคนไทยทั้ง 77 จังหวัดต้องดูแลให้ทั่วถึงไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลของพรรคใดก็ตาม ต้องคิดแบบนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team