Beauty

ตามอ่านประสบการณ์ลดน้ำหนัก 29 Kg จากเด็กอ้วนที่ไม่คิดว่า (ชาตินี้) ตัวเองจะผอม

ตามอ่านประสบการณ์ตรงจาก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมหมายเลข 4235116 ที่ออกมาแชร์ประสบการณ์การลดน้ำหนัก 29 กิโลกรัมของตัวเอง จากคนที่เคยอ้วนมาตั้งแต่เด็กยันอยู่มหาวิทยาลัยและไม่คิดว่า (ชาตินี้) ตัวเองจะผอม แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงหุ่นของตัวเองจาก 89 กิโลกรัม ลงมาเหลือเพียง 60 กิโลกรัมได้สำเร็จ แต่เจ้าของกระทู้จะมีวิธีการอย่างไร ลองไปตามอ่านกันเลยจ้า

แชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนัก 29 Kg จากเด็กอ้วนที่ไม่คิดว่า (ชาตินี้) ตัวเองจะผอม

สวัสดีค่ะทุกคน เราชื่อหมีนะคะ เนื่องจากว่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ คนรู้จักถามกันมาเยอะมากกก…ว่าทำยังไงถึงผอมลง (ขอแทนตัวเองว่าเรานะคะ)

วันนี้เราเลยจะมาแชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนักของตัวเอง ว่าเราทำยังไงถึงลดจาก 89 กิโล มา 60 กิโล ซึ่งสำหรับเราเราว่ามันเยอะมากเลยนะตั้ง 29 กิโล และไม่คิดด้วยว่าตัวเองจะทำได้ด้วย ปาดเหงื่อออ !

อะ…เรามาเข้าเรื่องเลยดีกว่า กลัวจะพูดไร้สาระไปมากกว่านี้ (ถ้าขี้เกียจอ่านชีวประวัติความอ้วนของเรา เลื่อนไปย่อหน้าสุดท้ายเลยนะฮะ 55555)

#สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่าน ก็สามารถไปดูที่ youtube ได้นะค้าาา

ก่อนอื่นเราขอเล่าย้อนกลับไปตอนสมัยนู้นนน นานมากสมัยพระเจ้าอะไรไม่รู้ คือว่าเราอะเป็นคนที่อ้วนตั้งแต่เด็ก และนี่คือรูปตอนเด็ก ๆ นะฮะ แทนแท้นนน แอบเขินอายเล็กน้อยฮ่า ๆ
ที่เราจำได้คือน้ำหนัก 75 กิโล ตั้งแต่ ป.6 เลยอะ แล้วเราคือไม่ชอบชั่งน้ำหนักเลย ไม่กล้าชั่ง เวลาทางโรงเรียนจะให้กรอกน้ำหนัก-ส่วนสูง เราก็จะกรอก 75 ตลอด เพราะอาย+ไม่กล้าชั่งด้วย จนถึง ม.5 เป็นช่วงที่น้ำหนักเยอะที่สุดในชีวิตนี้เลย น้ำหนักเราก็พุ่งไปถึง 89.5 กิโล เรายังจำเหตุการณ์ที่ไปชั่งน้ำหนักวันนั้นได้ดี 55 เพราะตอนชั่งเราแบบ ห้ะ ! นี่น้ำหนักเรา 89 กิโลแล้วเหรอ คืออีก 11 กิโล ก็จะ 100 แล้วอะ กลัวมากกกก เพื่อนที่ไปชั่งด้วยยังมีการสะกิดบอกว่า หมี ๆ ๆ ไม่ใช่ 89 นะ มันคือ 89.5 ฮ่า ๆ เราก็แบบเอออ…รู้แล้วโว้ย
และนี่คือเราตอนน้ำหนัก 89.5 กิโล

หลังจากวันนั้นเราก็เลยบอกตัวเองว่าจะลดน้ำหนัก แต่ก็ลดแบบขำ ๆ ณ ตอนนั้นเราก็คิดว่าจริงจังแหละ แต่พอมาย้อนนึกคิดกลับไปคือไม่เรียกว่าจริงจังเลยฮ่า ๆ แบบบบ…พูดไงดีอะ ลดแบบไม่มีความรู้เรื่องลดน้ำหนักเลย เรากินเยอะเหมือนเดิม แล้วเน้นออกกำลังกาย โดยการที่เราไปเข้าร่วมทีมบาสของห้อง เพราะที่โรงเรียนจีนจัดแข่งบาส ทีนี้เลยมีโอกาสซ้อมบาส 1-2 วันต่ออาทิตย์ ประมาณ 2 เดือนมั้งจำไม่ค่อยได้ เพราะนานมากกกกกแล้ว น่าจะปลายปี 2015 ช่วงนั้นเราไม่ได้ไปชั่งน้ำหนักนะว่าน้ำหนักเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นไม่ชอบชั่งน้ำหนักเลย

กลับมาต่อเรื่องซ้อมบาส พอจบจากกิจกรรมแข่งบาสของโรงเรียนจีน ประมาณต้นปี 2016 เราก็ไปเข้าร่วมทีมบาสของหมู่บ้าน ก็มีโอกาสได้มาออกกำลังกายอีกครั้ง น่าจะประมาณ 3 อาทิตย์ที่ได้ไปซ้อมบาส ซ้อมบาสก็มีวิ่งรอบสนาม แล้วก็วอร์มร่างกาย ละก็แบ่งทีมซ้อม พอจบจากการแข่งขันบาสครั้งนั้น เราก็ไปชั่งน้ำหนัก น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 81-82

แล้วเราก็หนัก 82 มาเรื่อย ๆ จนมหาลัยปี 2 เทอม 2 หรือต้นปี 2018 นั้นเอง เราไปเที่ยว ภูเก็ต-เวียดนามกลับมา เรารู้สึกแบบเฮ้ย…เราจะอ้วนแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ ไปเที่ยวทั้งที กลับมานั่งคัดรูปคือไม่ (ค่อย) มีรูปสวย ๆ เลย ที่ใช้ได้ก็มีแต่แบบเห็นแค่หน้า ให้เพื่อนยืนบังบ้าง เดี๋ยวจะขึ้นรูปให้ดู…ฮ่า ๆ แบบตอนนั้นถ่ายรูปคือเน้นเห็นแค่หน้าอย่างเดียวอะ เพราะมั่นหน้าว่าถึงหุ่นไม่ดีแต่หน้าตาดี 55555 ตลกอะ

ลังจากสองทริปนั้นผ่านไป เราก็เปิดเทอม กลับมาไต้หวัน แล้วทีนี้ช่วงนั้นมีเพื่อนไปแลกเปลี่ยนที่จีน เพื่อนบอกปิดเทอมพร้อมกันเลย นัดเจอกันที่เซี่ยงไฮ้ แล้วกลับไทยพร้อมกันไหม เราก็บอกโอเค เพื่อนก็กำชับต่อว่าลดหุ่นได้แล้วนะ จะได้ไปเที่ยวกันแบบสองสาวสวย ไม่ใช่สองสาวอ้วนผอม (ที่คุยกันคือประมาณเดือนมีนา) คือเพื่อนคนนี้คอยบอกให้ลดน้ำหนักตลอดเลย ตั้งแต่ ม.ต้นอะ แบบหมีต้องผอมก่อนจบ ม.3 นะ ทางเราก็ไม่ผอมจ้ะ พอขึ้น ม.ปลาย เพื่อนก็บอกต้องผอมก่อนจบ ม.6 นะ ทางเราก็ไม่ผอมจ้า ฮ่า ๆ ๆ

และเพราะทริปที่จะไปเซี่ยงไฮ้ เราเลยเริ่มออกกำลังกายแบบจริงจัง ด้วยการไปว่ายน้ำ ตอนนั้นเราดูรายการวู้ดดี้พอดี มีคนนึงที่บอกเสียเงินสี่สิบหรือห้าสิบบาทอะ ไปว่ายน้ำแล้วเขาก็ลดน้ำหนักได้ เราก็เลยทำตามเค้า แต่ไม่ได้ไปทุกวันเหมือนเค้านะ ไม่ค่อยมีเงินอะช่วงนั้น+ไม่ค่อยมีเวลาด้วย เราไปอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ว่ายครั้งละ 10 รอบ สระว่ายน้ำแบบ 25 เมตร นะคะ  บางวันก็ไปวิ่งรอบสนามกีฬา 2-3 รอบ (วิ่งรอบสนามกีฬาคือประหยัดเงินและเวลาด้วย) ตอนนั้นไปวิ่งแรก ๆ สองสามรอบคือเหนื่อยมากอะ (พอหลัง ๆ เริ่มชินเราก็เพิ่มทั้งระยะว่ายน้ำและวิ่งนะคะ)

อ้อ ! มีอีกอย่างคือเราเปลี่ยนจากใช้ลิฟต์เป็นบันได เดินบันไดขึ้น-ลงหอสี่ชั้นทุกวัน ช่วงนั้นเราก็เปลี่ยนการกินนิดหน่อย คือหลัง 1 ทุ่มจะไม่กินอะไรเลย แต่แอบมีหลุดบ้างนะ วันสองวัน เราทำแบบนี้ประมาณ น่าจะ 3 เดือน (เมษา-พฤษภา-มิถุนา) เราลดไป 10 กิโล  จาก 82 เป็น 72 และเราก็ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ค่า ตอนนั้นคิดว่าตัวเองผอมแล้วเหมือนกันนะ เดี๋ยวขึ้นรูปให้ ผอมแบบอ้วน ๆ หลังจากทริปเซี่ยงไฮ้เราก็ไปมาเลย์กับสิงคโปร์ต่อ และนี่คือรูปช่วงที่ไปเที่ยว

ตอนไปเซี่ยงไฮ้ เริ่มดูผอม ผอมส่วนหน้า 5555
ผอมแค่ส่วนบน เลยถ่ายแค่ด้านบน 5555555

ช่วงที่เที่ยวก็คือไม่ค่อยได้ชั่งน้ำหนักเลย ชั่งอีกทีตอนเปิดเทอมตอนเดือนกันยา น้ำหนักก็ยังอยู่ที่ 71-72 อยู่ กลับมาเรียนครั้งนี้เราตั้งเป้าหมายให้ตัวเองว่าเราจะน้ำหนัก 65 ให้ได้ก่อนสิ้นปี เราเลยหาข้อมูลจากยูทูบ หาเยอะมากอะ มีเยอะมากหลากหลายวิธี เราก็เลยคัดมาลอง

วิธีที่เราคัดมาลองทำคือ กินอาหารคลีน บวกกับการทำ IF ตอนนั้นเราทำไอเอฟแบบเคร่งครัด 2 อาทิตย์ หลุดบ้าง วันสองวัน แหะ ๆ (ปัจจุบันไอเอฟเราเลือกทำเป็นช่วงนะ ช่วงนึงทำ 2-3 วัน เริ่มมื้อแรกเที่ยงและจบมื้อสุดท้ายก่อนหกโมงเย็น)

ส่วนการกินของเราช่วงนั้นคือ เช้ากินไข่ต้ม+ผลไม้, ข้าวโอ๊ตใส่ไข่, โอ๊ตไนท์+ผลไม้ 1 อย่าง (ตอนทำ If เราก็ตัดมื้อเช้าออก) เที่ยงก็จะมีพวกมันฝรั่งต้มอกไก่ ไข่ผัดมะเขือเทศ ข้าวกล้อง+ผัดผักบรอกโคลี มื้อเย็นจะเน้นผัก ผัดผักแบบใช้น้ำแทนน้ำมัน+ไก่นึ่งบ้าง ไก่อบบ้าง แล้วก็ซุปสาหร่ายเพื่อให้อิ่มท้องค่ะ
ป.ล. มื้อเย็นส่วนมากเราจะกินที่ร้านที่ไปทำงาน ที่ร้านจะให้กินข้าวตอนเลิกงาน นั่นก็คือ 1 ทุ่ม บางวันถ้าคนเยอะก็ได้กินตอน 1 ทุ่มครึ่ง ช่วงทำไอเอฟเราก็แบบทำใจกล้า ๆ ขอคุณป้าว่าเราขอกินข้าวก่อนเข้างานได้ไหม เพราะเราจะลดน้ำหนัก คุณป้าก็โอเคเซย์เยสค่า (คุณป้าเป็นบุคคลที่ทำให้เรามีสติในการกินด้วย 555)

ทำแบบนี้อยู่ประมาณเดือนกว่า น้ำหนักก็ลดจาก 72 มา 66.9 แต่ขอบอกว่ามีหลุดเหมือนเดิมนะฮ่า ๆ ๆ ที่ชอบหลุดที่สุดก็คือกินไก่ทอด ชาไข่มุก แล้วก็ขนมกรุบกรอบอะ แต่ไม่บ่อยแต่หลุดทีนึงคือแบบกินเยอะอะ

การออกกำลังกายในช่วงที่กินคลีน เราออกกำลังกายด้วยการไปวิ่งรอบสนาม ตั้งเป้าไว้คือวิ่งวันละ 5 รอบ+กระโดดเชือก “และการออกกำลังกายอีกอย่างของเราคือ เสาร์-อาทิตย์เราไปทำงานพาร์ตไทม์ที่สวนสนุก ทำวันละ 8 ชั่วโมง เวลายืนเฉย ๆ เราก็จะทำท่าออกกำลังกายแบบลดต้นขาอะ นึกได้ก็ทำ นึกไม่ได้ก็เดินวนไปวนมา”

และนี่คือเราตอน 66.9 กิโล
พอเราน้ำหนัก 66.9 เราเหลือเวลาอีก 56 วัน จะปิดเทอม เราเลยทำตารางออกกำลังให้ตัวเอง เดี๋ยวจะขึ้นรูปให้ดู เราพยายามเต้นตามยูทูบทุกวัน  และเราชอบอ่านคอมเมนต์ใต้คลิปด้วยเพราะมันจะทำให้เรามีกำลังใจ ฮ่า ๆ เดี๋ยวให้ดูว่าเราทำคลิปไหนบ้าง

หน้าตาตารางที่ทำขึ้นเอง 55555 วันไหนได้ออกกำลังกายแล้วก็มากากบาทในช่อง

ลดหน้าท้องตามคลิปนี้

ลดต้นขาตามคลิปนี้

และข้างล่างนี้คลิปออกกำลังกายที่เราชอบ

สุดท้ายขอสรุปเลยนะว่า อยากผอมต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองก่อน อยากผอมอย่าขี้เกียจออกกำลังกาย อย่าคิดว่าออกกำลังกายมันเหนื่อย ไม่อยากออก เราต้องคิดว่าออกกำลังกายเนี่ย ทำให้เราแข็งแรง ทำให้เราสุขภาพดี และทำให้เราผอมด้วย เวลาจะไปออกกำลังกายก็อย่าคิดนาน หมายถึงแบบวันนี้จะไปวิ่งดีมั้ย จะไปว่ายน้ำดีมั้ย เพราะคิดไปคิดมาก็ 3 ชม. ผ่านไปละ ไม่ไปละ เราต้องแบบเออว่ะไปวิ่งดีกว่า เปลี่ยนชุดไปเลย ใส่รองเท้า และโผล่ที่สนามกีฬา 55555

เวลาที่ไม่มีอะไรทำ เปลี่ยนจากเล่นคอมพ์, มือถือ, ดูยูทูบ ไปเดินเล่นหรือวิ่งแทนดีกว่านะคะ ได้พักสายตาจากแสงคอมพ์กับมือถือด้วย (เวลาเครียด ๆ เราก็จะเลือกไปออกกำลังกายด้วยฮ่า ๆ ยิ่งเครียดบ่อยยิ่งออกบ่อย ยิ่งแข็งแรงเลยทีนี้)
แล้วอีกอย่างที่สำคัญก็คือการกิน อยากผอมต้องรู้จักเลือกกิน เลือกกินให้เป็น กินแบบมีสติ กินเป็นไม่ใช่ว่ากินน้อยนะ ต้องกินให้แบบครบห้าหมู่ กินให้ได้สารอาหาร

สรุปจริง ๆ อีกรอบ การออกกำลังกายและการกินของเรามีดังนี้

1. วิ่งรอบสนาม ครั้งละ 5-10 รอบ

2. ว่ายน้ำ 500-1,000 เมตร

3. กระโดดเชือก 500 หรือ 1,000 แล้วแต่กำลัง

4. ทำคลิปกระชับสัดส่วน ต้นขากับหน้าท้อง

#เลือกทำนะไม่ใช่ว่าทำหมดทุกอันพร้อมกัน

การกิน เน้นผัก

– ผักที่กินบ่อย ๆ คือ ผักกวางตุ้ง, ผักกาดขาว, ฟักทอง, มันฝรั่ง, ข้าวโพด

– เนื้อสัตว์เน้นกิน อกไก่, น่องไก่, ปลา, หมูไม่ติดมัน

– ผลไม้ กล้วยหอม, กีวี, แอปเปิล, ส้มโอ, ส้ม, มะเขือเทศลูกเล็ก, แก้วมังกร

ไม่มีอะไรจะเขียนต่อแล้วววววววววว เราเขียนไม่เก่งงงงงงงง ถ้าเราเขียนงง วกไปวนมาหรือยังไง ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะฮะะะะ หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยเด้อ ไปนอนก่อนแล้ว ถ้าอยากรู้ละเอียดกว่านี้หลังไมค์มาถามได้นะคะ เรามีคำปลุกใจเยอะเลยยยยฮ่า ๆ ๆ ขอลาทุกคนไปด้วยรูปปัจจุบันของเรานะฮะ

          อ้ออออออ ตอนนี้เราน้ำหนัก 60 เรายังไม่หยุดดดดลดน้าาาาา เพราะเป้าหมายใหม่ของเราคือ 50-55 กิโล (เป็นกำลังใจให้น้องด้วยฮ่าๆ)

สำหรับเรานะ เราว่าการออกกำลังกายมันก็คือสิ่งหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่เราไม่ควรละเลยเลยนะ คนเรารู้จักกินก็ต้องรู้จักออกกำลังกายด้วย เพราะไม่งั้นจะเป็นหมู…ล้อเล่นนนนนน…ไม่งั้นจะไม่แข็งแรงงงงงงงง แล้วก็การลดน้ำหนักไม่ใช่วันสองวันก็ผอมนะคะ คิดดูว่าเราอ้วนยังใช้เวลาเลยค่ะ อ้วนมาตั้งนานจะมาอยากผอมภายใน 7 วันไม่มีเด้อค่า เพราะฉะนั้นจะผอมก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันค่าาาา บ๊ายบายยย #เขียนได้แบบตามใจฉันมาก

เพิ่มเติม หวังว่าทุกคนจะได้รับแรงกระตุ้นไม่มากก็น้อยนะฮะ อ้อออ…แล้วก็ดูเราเป็นตัวอย่างนะคะ อย่าเอาคำว่าอ้วนแต่เด็กมาทำให้ตัวเองหมดกำลังใจที่จะลดนะคะ เราไม่อยากจะเชื่อว่าเราทำได้ แต่ตอนนี้เราเชื่อแล้วว่าเราทำได้ เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องเชื่อว่าตัวเองก็ทำได้นะคะ ไม่งงใช่ไหมอะ สู้ ๆ ค่ะ
Ps. เราไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสมาตั้งกระทู้ วันนี้เราอยากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังจะลดน้ำหนัก ว่าคุณทำได้แน่นอน สู้ ๆ ๆ ๆ ฮะ

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมหมายเลข 4235116

Add Friend Follow
Saranya Sawangjai