Technology

‘เศรษฐพงค์’ จี้ ‘กสทช.’ ประมูล5G -แนะเรียกคืนคลื่น 3.5GHz

“เศรษฐพงค์” จี้ “กสทช.” ประมูล5G ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน  แนะเรียกคืนคลื่น 3.5GHz รองรับอุตสาหกรรม 4.0 – เศรษฐกิจดิจิทัล เร่งจัดระเบียบนำสายสื่อสารลงใต้ดิน กำชับใช้เงินกองทุนวิจัยฯ แบบแอคทีฟ ขณะ”ฐากร” ยันเคาะประมูล5G  ก.พ. 63  

วันนี้(7พ.ย.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)โดยพ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า กสทช. ประกาศเรื่องการประมูล 5G เป็นเรื่องที่กระทบต่อประชาชอย่างมาก

ทั้งนี้จะต้องไม่ใช่การประมูล เพื่อนำเงินเข้ากระทรวงการคลังเท่านั้น แต่จะต้องเป็นการสร้างงานให้เกิดขึ้น จึงจะเป็นความสำเร็จในการสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศ เป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้นต้องใช้คลื่นความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ทำให้เกิดการจ้างงาน และเกิดระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ เพราะ 5G กำลังจะเปลี่ยนอุตสาหกรรมการผลิตไปเป็นระบบโรโบติก ดังนั้นกสทช. ต้องพยายามเรียกคืนคลื่น 3.5 GHz จากไทยคม 5 ต้องใช้งบประมาณเพื่อเป็นการให้ความรู้กับประชาชนด้วย ในการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่าสำหรับเรื่องการนำสายสื่อสารลงดิน ขอให้มีการดำเนินการต่อไปในเมื่องใหญ่ๆด้วย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน  กสทช. จะต้องเตรียมงบประมาณเพื่อไปจัดหาอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยมองการณ์ไกลไป 3-5 ปีข้างหน้า ทั้งเรื่องการควบคุมคลื่นความถี่ และการตรวจสอบความแรงของคลื่นความถี่ที่มีความแรงเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชน เนื่องจากในอนาคตการตรวจสอบความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมถึงการโจมตีไซเบอร์จะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างมาเพราะการมารของ 5G

ขณะที่การคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพของกสทช. เนื่องจากเทคโนโลยีกำลังมีการเปลี่ยนไปมาก อาจทำให้กสทช. มีความโบราณไปทันที หากไม่การกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ตนขอเสอนแนะให้กสทช.ได้เตรียมกองทุน ที่นำไปจัดหาอุปกรณ์ในการตรวจสอบความปลอดภัยให้ประชาชน ต้องการอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและมีความทันสมัยมากกว่าที่กสทช.มีในวันนี้

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวถึงการใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ว่าที่ผ่านมาอาจมีปัญหาจากคนที่มองเข้ามาว่าการเงินกองทุนนี้ อาจเกิดประโยชน์แต่กสทช.เอง วัตถุประสงค์ของกองทุนฯดังกล่าวมีความชัดเจน  เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ

กองทุนนี้ได้เงินจากค่าธรรมเนียมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ควรนำเอาค่าธรรมเนียมที่เก็บมาได้คืนประโยชน์กับประชาชนในเรื่องความปลอดภัย เรื่องประโยชน์สาธารณะ โดยกสทช. ต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้การใช้งบประมาณมีความอ่อนตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การที่กสทช. อนุมัติโครงการล่าช้าไป 1-2 ปี ก็ทำให้โครงการนั้นๆ มีความโบราณแล้ว ไม่ทันสมัยที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชน

“กสทช. ต้องบริการจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นกองทุนลักษณะแอคทีฟ เพื่อนำออกไปสร้างเทคโนโลยีให้เกิดการจ้างงาน คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เชื่อว่ากสทช.ทราบดีทั้งหมด และทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แต่อนาคตเปลี่ยนแปลงเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 แน่นอน กสทช.จึงไม่สามารถดำเนินการแบบเดิมได้อีกต่อไป ผมต้องการเห็นสทช. ดำเนินการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด” พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่า เรื่องการประมูล 5G จะได้มีการนำเข้าที่ประชุมกสทช. และจะมีการเคาะประมูลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 จากนั้นเดือนมีนาคม 2563 จะมีการติดตั้งสถานี ในเดือนสิงหาคมจะเปิดให้บริการในพื้นที่ EEC ก่อน และจะพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

กสทช.
ฐากร ตัณฑสิทธิ์

สำหรับเรื่องการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ยืนยันว่ากสทช.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยพื้นที่ที่มีท่อใต้ดินของทีโอทีอยู่แล้ว เราได้นำลงดินหมดแล้ว เห็นได้จากถนนพหลโยธินที่เราได้ทำเสร็จแล้ว แต่ปัญหาที่พบคือเวลาจะนำสายสื่อสารลงดินจะต้องให้ผู้ประกอบการมาชี้สายของตัวเอง เพราะถ้าหากมีการตัดสายผิดอาจจะกระทบต่อการใช้บริการของประชาชนได้ เราได้ประสายไปยังกทม. สตช. และผู้ประกอบการให้มาชี้จุดสายสื่อสารของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีเอส ได้อนุมัติให้กทม. ดำเนินการสร้างท่อร้อยสายในกรุงเทพฯทั้งหมด ต่อจากทีโอที ดังนั้นต่อจากนี้ไปจะเป็นระยะที่กสทช.จะเป็นผู้ดำเนินการ โดยกทม.กำหนดว่าดำเนินการทั้งหมด 2,400 กิโลเมตร ได้เสร็จสิ้นใน 2 ปี แต่ในตรอกซอกซอยนั้น เนื่องจากพื้นที่แคบ ไม่สามารถขุดเจาะเพื่อนำสายลงดินได้ เราจะดำเนินการจัดระเบียบสายเพื่อให้เกิดความสวยงามแทน

ส่วนการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าบริการมือถือ หรือการใช้งานอินเทอร์เน็ต สิ่งที่กสทช.กังวลคือ การขยายโครงข่างออกไปในขณะนี้ ที่คลื่นความถี่ขยับเข้าไปใกล้บ้านเรือนประชาชนมากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชแน่นอน เบื้องต้นเราจะติดตามว่าคลื่นที่ปล่อยออกมานั้นสอดคล้องกับมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้หรือไม่

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight