Business

‘สนพ.’ เดินสายให้ความรู้เรื่อง ‘สมาร์ทกริด’ เร่งพัฒนาบุคลากรรองรับเทคโนโลยี

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ขับเคลื่อนแผนพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด เดินสายสัมมนาให้ความรู้ประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ เชิญ 3 การไฟฟ้า ร่วมแถลงแผนดำเนินงาน เผยเทคโนโลยีพลังงานมาเร็ว ต้องเร่งพัฒนาบุคลากรให้ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง

ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู

ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการกองนโยบายไฟฟ้า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายในงานสัมมนา “สมาร์ทกริด (Smart Grid) ระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อเมืองอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ที่จังหวัดสมุทรปราการว่า ระบบสมาร์ทกริด ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคนโดยไม่รู้ตัว ความสะดวกสบายเพียงแค่ปลายนิ้ว ทุกอย่างจบในโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทกริดจะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงได้และต้องมีการเตรียมความพร้อมเรื่องบุคลากรให้สามารถเข้าถึงและเปิดรับกับเทคโนโลยีไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

“ระบบโครงข่ายไฟฟ้าสมาร์ทกริด มีความสำคัญในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยองค์ประกอบการของสมาร์ทกริดมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนคือ Hardware คือ เครื่องมืออุปกรณ์พวกสมาร์ทมิเตอร์ต่าง ๆ Software คือระบบบริหารจัดการ และ Peopleware บุคลากรที่มีความรู้ในการจัดการเทคโนโลยี จึงจำเป็นที่ต้องเร่งต้องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสมาร์ท กริดสู่ภาคประชาชนเพราะต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านพลังงานในปัจจุบัน”

การจัดสัมมนาเป็นกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาชนได้รับทราบถึงความคืบหน้า นโยบายต่าง ๆ ที่ สนพ.ได้วางแผนไว้ และได้เชิญ 3 หน่วยงานการไฟฟ้าเข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ได้เปิดเวทีสัมมนามาแล้วที่กรุงเทพฯ และจะเริ่มเดินสายให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่องในต่างจังหวัด ตามแผนพัฒนาระยะสั้นของแผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทยระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2558 – 2579) ซึ่งแผนระยะสั้น (พ.ศ.2560 – 2564) จะเป็นช่วงของการค้นคว้าทดลองทำโครงการต่าง ๆ ซึ่งต้องพัฒนาไปพร้อมกับการสร้างองค์ความรู้ภาคประชาชน ส่วนระยะปานกลาง จะเป็นช่วงที่นำสิ่งที่วิจัยทดลองในระยะสั้นส่งไปสู่ประชาชน (พ.ศ. 2565 – 2574) และระยะยาว คือพร้อมปฏิบัติได้จริง (พ.ศ. 2575 – 2579)

แผนพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ดกริด ได้บรรจุอยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2018) ด้วย

นภดล ประเสริฐกาญจนา

นายนภดล ประเสริฐกาญจนา ผู้ตรวจการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวในงานสัมมนาว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีโครงข่ายสมาร์ทกริด ทั้ง 3 หน่วยงานการไฟฟ้าต้องเร่งพัฒนาให้ก้าวทันเทคโนโลยีไฟฟ้าเพื่อยกระดับงานไฟฟ้าทุกด้าน

งานยกระดับคุณภาพบริการต่อผู้ใช้ไฟฟ้าก็เป็นสิ่งสำคัญ กฟน. มีแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า MEA Smart Life ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของทุกคนง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้ว ท่านสามารถเช็คปริมาณการใช้ไฟแต่ละเดือน ตรวจสอบบิลค่าไฟเพื่อไปปริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดขึ้นได้

ทรงวุฒิ ขันดี

นายทรงวุฒิ ขันดี ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า กฟภ.ดูแลด้านระบบไฟฟ้าสัดส่วน 70% ของประเทศ ใน 74 จังหวัด ซึ่งเป็นภาพใหญ่ ซึ่งงานพัฒนาด้านระบบไฟฟ้าที่ส่งเสริมแผนพัฒนาโครงข่ายระบบไฟฟ้าสมาร์ทกริดนั้น ได้ดำเนินโครงการ Micro Grid ที่จ่ายไฟให้กับพื้นที่เล็ก ๆ โดยเลือกพื้นที่ห่างไกลจากสถานีจ่ายไฟหลัก ในพื้นที่ อำเภอแม่สะเรียง และ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งจะเป็นโมเดลแห่งการพัฒนาโครงการต่อ ๆ ไป

สวภพ ตรรกพงศ์

นายสวภพ ตรรกพงศ์ วิศวกรระดับ 9 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะหัวหน้าหน่วยเทคโนโลยีสมาร์ทกริด ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การพัฒนาระบบสมาร์ทกริดที่แม่ฮ่องสอน คือสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าในหลายรูปแบบเข้าระบบ ทั้งการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ เพิ่มคุณภาพไฟฟ้า บริหารจัดการเรื่องไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับได้รวดเร็ว รวมถึงพบว่าเมื่อเกิดปัญหาสายส่ง ใน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ยังมีไฟใช้อยู่จากระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งเราได้มีการศึกษาทดลองและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมการจัดสัมมนา “สมาร์ทกริด (Smart Grid) ระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อเมืองอนาคต” จะจัดต่อเนื่องตามแผนขับเคลื่อนระยะสั้น โดยสถานที่ต่อไปจะจัดขึ้นที่ภาคตะวันออกที่จังหวัดชลบุรี และภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการกระจายองค์ความรู้สู่ภาคประชาชนให้เข้าถึง ครอบคลุม ถึงเรื่องนโยบาย แผนงาน และทิศทางการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team