Business

1,600 จุด! ตัวเลขจิตวิทยาตลาดหุ้นไทย

เกิดเหตุการณ์สะเทือนตลาดหุ้นไทยอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา เมื่อดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) ลดลงต่ำกว่า 1,600 จุด !!!

เรื่องนี้มีสัญญาณมาจากหลังกลุ่มหุ้นธนาคารได้ทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2562 ออกมาน่าผิดหวัง ขณะที่ทิศทางในอนาคตก็ยังไม่ดี จากตัวเลขหนี้เสีย (NPL) รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัวต่อเนื่อง

ทำให้ในวันดังกล่าวราคาหุ้นธนาคารร่วงเกือบยกแผง หนักสุดหนีไม่พ้น 2 ธนาคารใหญ่ KBANK และ SCB ที่ทำราคาต่ำสุดในรอบกว่า 7 ปี ซึ่งขณะนี้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ของหุ้นกลุ่มธนาคาร ติดลบมากกว่า 15% แล้ว จนส่งผลให้หุ้น Big Cap. อื่นๆ กอดคอร่วงไปตามๆ กัน

การที่ SET Index ร่วงต่ำกว่า 1,600 จุด แน่นอนว่าตามมาด้วยความ “กังวัล” ของนักลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะทราบกันดีว่าตัวเลข 1,600 เป็นจุดจิตวิทยาของตลาดหุ้นไทยมาโดยตลอด

ย้อนกลับไป 44 ปีก่อนเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2518 ตลาดหุ้นไทยทำการเปิดซื้อ-ขายเป็นครั้งแรก ดัชนีอยู่ที่ 100 จุด และจนถึงวันนี้จะพบมีถึง 5 ครั้งที่ดัชนีมาหยุดอยู่ที่ 1,600 จุด โดยไม่สามารถทะยานทะลุแนวต้านสำคัญนี้ได้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงกังวลว่าเมื่อดัชนีกลับมาหลุด 1,600 จุดอีกครั้ง ต่อไปอาจกลายเป็นช่วงขาลงของตลาดอีกยาวนาน และต้องใช้ความพยายามมากถึงจะกลับมาตรงนี้ได้อีก นอกจากนี้ ยังมอีก 2 ประเด็นที่เราตั้งข้อสังเกตว่าทำเรื่องนี้ถึงสำคัญ

1. ตัวเลขจิตวิทยา ทุกๆ ครั้งที่ดัชนีเปลี่ยนแปลงจากหลักร้อย เช่น 1,500 ไป 1,600 หรือ 1,600 ไป 1,700 แน่นอนว่าเป็นตัวเลขที่ พูดง่าย อ่านง่าย จำง่าย กว่าการเปลี่ยนแปลงหลักหน่วยแน่ๆ ทำให้นักลงทุนจดจำและให้ความสนใจมากกว่า

ดังนั้น นี่จึงเป็นจุดไฮท์ไลท์ของหลายคนว่าจะทำอะไรสักอย่างเมื่อตลาดหุ้นถึงตรงนี้ เช่น ปรับพอร์ต เทขายหุ้นที่ถือค้างไว้ หรือทุ่มเงินลงทุนก้อนใหญ่ เป็นต้น คือพูดง่ายๆ ว่านี่เป็นจุดจิตวิทยาของการลงทุนนั่นเอง

อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อร่สมกันด้วยว่าจุดนี้มีความสำคัญ เนื่องจากตลาดหุ้นขับเคลื่อนด้วย “ความกลัว” และ “ความคาดหวัง” เพราะฉะนั้น หากเกิดเหตุการณ์อะไรที่เป็นอารมณ์ร่วมของมวลชน ย่อมส่งผลต่อดัชนีได้ง่ายๆ

2. แนวต้านในอดีต ลองย้อนกลับไปดูข้อมูลกราฟในอดีต อย่างที่บอกคือดัชนีเคยถึงตรงนี้หลายครั้ง แต่แล้วก็ลง ผ่านไปได้สักพักก็ปรับฐานใหม่ เหมือนมีคนคอยปล่อยของอยู่ตลอด ทำให้นักลงทุนสายเทคนิคเชื่อว่านี่เป็น “แนวต้าน” สำคัญของตลาดหุ้นไทยนั่นเอง

“หุ้นตกรอบนี้ของจริง หรือแค่กังวล”

ถ้าถามว่าการร่วงต่ำกว่า 1,600 จุดรอบนี้ ดัชนีจะสามารถฟืนกระแสกลับไปยืนเหนือระดับนี้ได้ในระยะยาวอีกไหม สิ่งสำคัญที่ต้องดูคงเป็นการทยอยประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 3 ที่กำลังจะออกมาจนครบภายใน 1-2 เดือนนี้ แม้ถ้าดูจากแรงขายของกลุ่มสถาบันจะพอเดาออกได้ว่าไม่น่าจะดี

ขณะเดียวกัน ณ ตอนนี้ SET Index มี P/E อยู่ที่ระดับ 18.35 เท่า และ Dividend Yield อยู่ที่ 3.13% ซึ่งก็ยังไม่ใช่ตลาดที่ถูกและให้เงินปันผลดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศรอบเอเชีย หนำซ้ำช่วงคืนวันศุกร์ตลาดก็เพิ่งเจอแรงกระแทกอีกรอบ เมื่อสหรัฐลงนามคำสั่งยกเลิกให้สิทธิ GSP สินค้าไทยหลายรายการ มีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน ซึ่งครอบคลุมสินค้าไทยที่ได้รับสิทธิพิเศษประมาณ 1 ใน 3 คิดเป็นมูลค่ารวม 1,300 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ประเด็นคือต้องจับตามองกันว่าจะมีปัจจัยบวกสำคัญอะไรของดัชนีโลกมาฉุดหุ้นไทยให้กลับขึ้นไปได้ไหม เพราะไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็น Sideway Down ชัดเจน

สุดท้ายแม้ว่าตลาดหุ้นจะอยู่ในสภาวะแบบไหน สิ่งสำคัญคือนักลงทุนต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา ยิ่งในช่วงตลาดขาลงแบบนี้ ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง และหาข้อมูลให้ครบถ้วน เพราะอย่างไรในทุกวิกฤติ ย่อมมีโอกาสเสมอ

Add Friend Follow
InveStory