Business

‘ศักดิ์สยาม’ เสียงอ่อย หลังชาวเน็ตรุมต้านนโยบายติด GPS บนรถส่วนตัว

“ศักดิ์สยาม” เสียงอ่อย หลังถูกชาวเน็ตรุมต้านนโยบายติด GPS บนรถส่วนตัว เผยรอผลศึกษา 1 ปี ถ้าไม่ทำ ก็พับโครงการทิ้ง “ขบ.” ลั่นพร้อมฟังเสียงประชาชน

จากกรณีที่มีกระแสคัดค้านแนวคิดเรื่องการติดตั้งระบบ GPS บนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวในวันนี้ (22 ต.ค.) ว่า นโยบายดังกล่าวให้เป็นความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพราะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาก็ให้ข่าวว่า ให้ ขบ. ศึกษาภายใน 1 ปี เมื่อผลการศึกษาออกมาแล้ว ขบ. จะดำเนินการจริงหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของ ขบ. หากไม่ทำ ก็พับเรื่องไป

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยหลังการรับมอบนโยบายจากกระทรวงคมนาคมว่า แนวคิดเรื่องการเชื่อมต่อระบบ GPS Tracking ให้ครอบคลุมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในทุกมิติ โดยให้สามารถเข้าถึงการควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ เช่น การใช้ความเร็ว การแสดงสถานที่ของรถยนต์เพื่อลดการก่ออาชญากรรม และการฝ่าฝืนการกระทำผิดกฎจราจร

อย่างไรก็ตาม ขบ. ต้องทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการบังคับใช้จริง โดยเฉพาะในแนวทางความเป็นไปได้และผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ต้องศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เช่น กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารราชการ ไปจนถึงการกำหนดการบังคับใช้ในข้อกฎหมายให้อยู่ในกฎกระทรวงหรือกฎหมายใด อีกทั้งยังต้องพิจารณาปัจจัยด้านราคาค่าอุปกรณ์การติดตั้งและค่าบริการ

ซึ่งการต่อยอดการใช้ประโยชน์จากระบบ GPS Tracking ใช้กับรถส่วนบุคคลดังกล่าว จะมุ่งเน้นประโยชน์ด้านความปลอดภัยเป็นหลัก และนอกจากนั้นยังใช้ประโยชน์ในการช่วยป้องกันการโจรกรรมอีกด้วย โดยการดำเนินมาตรการนี้จะต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ประชาชน รวมถึงจะต้องมีการเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1 ปี ก่อนได้ข้อสรุปเพื่อดำเนินการต่อไป

ในการศึกษาการติดตั้ง GPS Tracking ในรถทุกประเภทนั้น  ขบ. จะต้องมีการหารือร่วมกับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคการผลิตตั้งแต่ต้นทางจากโรงงานเพื่อพิจารณาแนวทางกำหนดให้มีการติดตั้ง GPS กับรถใหม่ที่ผลิตจากโรงงานผู้ผลิต เพื่อให้ไม่สร้างผลกระทบกับประชาชน

อีกทั้งยังต้องพิจารณามาตรการด้านความปลอดภัยของข้อมูล โดยในทุกประเด็นการบังคับใช้การ GPS Tracking  ในรถส่วนบุคคลทุกประเภท จะต้องผ่านการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนเพื่อมุ่งทำความเข้าใจและพัฒนามาตรการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าหากผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวให้ความร่วมมือ ตระหนักถึงบทบาท หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน จะเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE