COLUMNISTS

กรณีศึกษา ‘BEAUTY’ กับวิกฤติความเชื่อมั่น

eco indy
eco indy คิดต่างสร้างสรรค์
991

ราคาหุ้น “ดำดิ่ง” แตะ 6.45 บาท/หุ้น ซึ่งถือว่าต่ำสุดนับแต่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ก่อนที่ราคาจะกระเตื้องขึ้นในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561 หลังมีข่าว ในวันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2561 จะมีการจัดประชุมบอร์ด เพื่อขออนุมัติ “ซื้อหุ้นคืน”

ราคาหุ้นกลับมายืนในแดนบวก ปิดตลาดที่ 8.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 11.11% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า 1 หมื่นล้านบาท

BEAUTY เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2555 ราคาไอพีโอที่ 8 บาท ราคาพาร์ 1.00 บาท และแตกพาร์เหลือ 0.10 บาท เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2558

ลักษณะธุรกิจ

BEAUTY ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ปัจจุบันมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม 4 ประเภทได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Make-up) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin care) อุปกรณ์เสริม (Accessories) และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ( Food Supplement )

 

ภายใต้แนวคิด 5 รูปแบบ ได้แก่ บิวตี้ บุฟเฟต์ (BEAUTY BUFFET), บิวตี้ คอทเทจ (BEAUTY COTTAGE), บิวตี้ มาร์เก็ต (BEAUTY MARKET), เมด อิน เนเจอร์ (MADE IN NATURE), และบิวตี้ พลาซ่า (BEAUTY PLAZA)

ซึ่งแต่ละแนวคิดจะมีความแตกต่างกันในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจำหน่าย และตำแหน่งทางการตลาด เพื่อการตอบสนองความต้องการต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน

เจ้าของทิ้งหุ้นจาก 70% เหลือ 21%

หากตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังจะพบว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ “กลุ่มนายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ” ซึ่งถือหุ้นรวมกันกว่า 70.83% ได้ “รินขาย” หุ้นออกมาโดยตลอด ไล่เรียงตั้งแต่ปี 2556 สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 68.33% ปี 2557 ลดลงเหลือ 48.56% ปี 2558 ลดเหลือ 37.59% และสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 25.91%

ล่าสุด ณ วันที่ 13 มีนาคม 2561 “กลุ่มนายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ” ลดสัดส่วนการถือหุ้นเหลือเพียง 21.23%

ทำให้มีคำถามตามมาว่า??? เจ้าของจะไม่เอาธุรกิจนี้แล้วหรือ

ลือ! ผลิตภัณฑ์ไม่ผ่าน อย.

ในช่วงเดือนมิถุนายน 2561 มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าของบริษัทฯไม่ผ่านอย. ซึ่ง BEAUTY ยืนยันว่า บริษัทมีการสั่งผลิตสินค้ากับ Supplier ซึ่งเป็นโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMPและ รับรองโดยองค์การอาหารและยา (อย.) สามารถตรวจสอบได้ และมีสินค้าเพียงพอต่อการจำหน่ายทุกช่องทางการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

…แต่ราคาหุ้นของ BEAUTY ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง

ในที่สุดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ตัดสินใจตั้งโต๊ะแถลงข่าว

ยืนยันว่าไม่มีการ “ปลอมออร์เดอร์”

ไม่มีปัญหาคุณภาพการผลิต เหตุฐานการผลิตในต่างประเทศ ทั้งเกาหลี อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เยอรมันได้มาตรฐาน

และไม่มีแผน “ซื้อหุ้นคืน” หลังราคาหุ้นร่วง แต่ขอเน้นบริหารให้มีประสิทธิภาพ สร้างผลประกอบการเติบโต โดยปีนี้ยังคงรักษาอัตรากำไรสุทธิไม่น้อยกว่า 20 % และยังคงเป้าหมายการเติบโตของทั้งปีไว้เช่นเดิมที่รายได้ไม่ต่ำกว่า 4,290 ล้านบาท

แต่คล้อยหลัง…ไม่ถึง 2 วัน “นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ” แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ บอกเตรียมประชุมบอร์ดในวันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2561 นี้ เพื่อ “ซื้อหุ้นคืน” อ้างราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน

ถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุนที่มีต่อ BEAUTY ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!! ไม่ว่าจะเป็นการรินขายหุ้น-เทหุ้น ของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ประหนึ่งว่าจะไม่เอาธุรกิจนี้ แล้ว

และกรณีปลอมออเดอร์!!! จริงไม่จริง งบไตรมาส 2/2561 หรืองบการเงินในสิ้นปี 2561 จะชี้ให้เห็นชัดเจนว่า รายได้และกำไรที่เด้งแรง ในปี 2560 มาจากอะไร

และสุดท้าย!!! ใครได้ประโยชน์จากราคาหุ้นที่ “ดำดิ่ง” 2 ฟลอร์ติดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะ “พลิกลิ้น” ซื้อหุ้นคืน คงเป็นเรื่องที่หน่วยงานกำกับ ต้องเข้าไปตรวจสอบ

Add Friend Follow