Politics

‘พ่อของฟ้า’ ลุ้นระทึก! ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีถือหุ้นสื่อ 20 พ.ย.นี้

“ธนาธร” ลุ้นระทึก!! ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีถือหุ้นสื่อ “วี-ลัค มีเดีย” 20 พ.ย.นี้ หลังไต่สวนพยาน 10 ปากวันนี้

ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดไต่สวนพยานจำนวน 10 ปาก ในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พิจารณาว่า ความเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3) เนื่องจากถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดียจำกัด เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.หรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีมติรับคำร้องเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม และสั่งนายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.

โดยเมื่อเวลา 15.30 น. ศาลเบิกตัวนายปิติ จรุงสถิตพงศ์ (หลานเอ) ขึ้นเบิกความว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับหุ้นวี-ลัคมีเดีย อย่างไร โดยยืนยันว่านายปิติยืนยันว่ามีการโอนหุ้นในวันที่ 14 มกราคมและโอนคืนในวันที่ 21 มีนาคมหลังการคุยแผนธุรกิจในวันที่ 19 มีนาคมที่ประสงค์ให้นางสมพรลงทุนเพิ่มแต่นางสมพรไม่ตกลง ตนจึงตัดสินใจโอนหุ้นคืนโดยตนและน้องชายไปโอนหุ้นที่บ้านพักของนางสมพร ในวันดังกล่าวมีพนักงานบริษัทไทยซัมมิทและทนายความเป็นพยาน ส่วนเอกสารเกี่ยวกับการโอนหุ้นนั้นตนไม่ทราบว่าใครเป็นผู้จัดทำ แต่คิดว่าทางบ.ไทยซัมมิทเป็นผู้ดำเนินการ

โดยในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 19 มีนาคมมีรายละเอียดเรื่องการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น 5 คน ในจำนวนดังกล่าวมี กมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ นายทวี จรุงสถิตพงศ์ด้วย ทั้งนี้การโอนรับหุ้นในวันที่ 14 มกราคมและโอนคืนในวันที่ 21 มีนาคมไม่มีการชำระเงิน ใดๆ กับหุ้นตัวนี้

ต่อมานายทวี จรุงสถิตพงศ์ (หลานบี) เบิกความว่า ตนมีอาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัว กรณี บ.วี-ลัคมีเดียนั้น ตนเข้าไป เกี่ยวข้องเพราะได้รับหุ้นมาจากนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยในวันที่ 14 มกราคมทำสัญญาโอนหุ้นที่บ้านนางสมพร ซึ่งตนเดินทางไปพร้อมกับนายปิติ (พี่ชาย) เมื่อไปถึงบ้านของนางสมพรในเวลา 19.00 น. ได้พบกับนางสมพร เจ้าหน้าที่บัญชี 2 คน และทนายความ ซึ่งมีการเตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้ว โดยตนรับโอนหุ้นมาเพื่อฟื้นฟูกิจการ เอาธุรกิจมาทำใหม่ เนื่องจากตนเรียนจบสาขานิเทศศาสตร์ หลังจากได้รับมอบหมายได้ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่งในการ วิเคราะห์แผนธุรกิจมานำเสนอ 2 แนวทาง คือการปรับโครงสร้างจากสื่อสิ่งพิมพ์มาเป็นอีบุ๊ค หรือเพิ่มเป็นผู้พิมพ์ด้วยเนื่องจากมีเทคโนโลยีการพิมพ์แบบใหม่ๆ แต่ทั้ง 2 แนวทาง นางสมพรต้องเพิ่มเงินลงทุน ต่อมาเมื่อนางสมพรตัดสินใจไม่ทำธุรกิจต่อ ตนจึงโอนหุ้นคืนให้ในวันที่ 21 มีนาคมซึ่งในวันดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่บัญชีกับทนายความร่วมเป็นพยาน โดยในการโอนหุ้นไม่มีการชำระเงินค่าหุ้นแต่อย่างใด

จากนั้นนายทวีได้ตอบข้อซักถามของทนายความโดยอธิบายถึงการโอนหุ้นที่เป็นทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาทจากนางสมพรว่า ตนได้รับการสนับสนุนจากนางสมพรตั้งแต่เรียนจบ และมีสถานะเป็นหลานชาย ก่อนหน้านี้เคยได้รับโอกาสให้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ซึ่งตนเป็นผู้ลงแรงส่วนนางสมพรเป็นผู้ลงทุน จนถึงปัจจุบันนางสมพรก็ยังให้การสนับสนุนตนในหลายๆด้าน นอกจากประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว ตนยังมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปสนามไดรฟ์กอล์ฟเบอร์ดีไฟว์ของนางสมพร ซึ่งตนดูแลมานานเกือบ 7 ปี

ต่อมานายพิพัฒน์พงศ์ รุจิตานนท์ ทนายความ เบิกความว่า ตนมีอาชีพเป็นทนายความมานานกว่า 1 ปี ทำคำรับรองเอกสารการโอนหุ้น เอกสารตราสารโอนหุ้น ในวันที่ 14 มกราคมได้จัดทำเอกสาร 2 ฉบับ โอนหุ้นจากสมพรไปให้กับนายทวีและนายปิติ และในวันที่ 21 มีนาคมโอนหุ้นจากนายทวีและนายปิติไปยังนางสมพร โดยในการโอนหุ้นทั้ง 2 วัน ทำกันที่บ้านของนางสมพร ระหว่างการโอนหุ้นทั้ง 2 ครั้ง มีนางลาวัลย์และนางกานต์ฐิตาเป็นพยาน และได้นำอากรสแตมป์ไปติดในเอกสารด้วย

หลังเสร็จสิ้นการไต่สวนพยาน 10 ปากตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ศาลได้แจ้งคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายว่า ศาลนัดฟังคำวินิจฉัยคดีนี้ในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายนนี้ เวลา 14.00 น. และให้คู่กรณีส่งคำแถลงปิดคดีภายในเวลา 15 วัน นับจากวันนี้

ขอบคุณภาพจากพรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team