Business

ชง ‘ดีเอสไอ’ รับ ‘โฮปเวลล์’ เป็นคดีพิเศษ โยน ‘รถไฟ’ จ่ายค่าโง่ 2.5 หมื่นล้านบาท

“ศักดิ์สยาม” ชง “ดีเอสไอ” รับ “โฮปเวลล์” เป็นคดีพิเศษ ฟันข้อหาทุจริต พร้อมโยน “รถไฟ” รับภาระค่าโง่ เตรียมเสนอแผนจ่ายค่าชดเชย 2.5 หมื่นล้านบาทเข้า ครม. สัปดาห์หน้า

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีโฮปเวลล์ว่า กระทรวงคมนาคมและคณะทำงานฯ ยังคงพยายามหาหลักฐานเพื่อต่อสู้คดี ด้วยการฟ้องร้องทางอาญาในข้อหาทุจริต

อย่างไรก็ตาม การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ไม่สามารถดำเนินการฟ้องร้องซ้ำซ้อนได้ จึงต้องขอให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ฟ้องร้องแทน เช่น ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษและดำเนินการฟ้องร้อง โดยในวันนี้ (9 ต.ค.) ตนและนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี จะร่วมกันหารือรายละเอียดเรื่องดังกล่าวและได้ประเมินเบื้องต้นว่า รัฐบาลมีโอกาสจะชนะคดี

สำหรับกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟฯ จ่ายค่าชดเชยแก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญาโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับ เป็นเงินจำนวน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับตั้งแต่คดีสิ้นสุดลง หรือภายในวันที่ 19 ตุลาคม 2562 นั้น

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า รัฐบาลก็ต้องดำเนินการเรื่องการจ่ายค่าชดเชย คู่ขนานกับการต่อสู้คดีทางอาญา โดยการรถไฟฯ คงต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายค่าชดเชยดังกล่าวและต้องสรุปแนวทางการจ่ายค่าชดเชยทั้งหมดภายในวันที่ 19 ตุลาคม 2562 ตามคำพิพากษา

โดยล่าสุดคณะทำงานเจรจาเพื่อลดผลกระทบต่อภาครัฐอันเนื่องมาจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่มีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ได้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขและรูปแบบการจ่ายค่าชดเชยเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างถามความเห็นเพิ่มเติมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะสรุปได้ภายในสัปดาห์นี้

จากนั้นกระทรวงคมนาคมจะเสนอแนวทางการจ่ายค่าชดเชยคดีโฮปเวลล์ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 เพื่อให้แล้วเสร็จทันวันที่ 19 ตุลาคม 2562 ส่วนแหล่งเงินทุนที่การรถไฟฯ จะนำมาจ่ายชดเชย ก็อาจจะใช้รูปแบบการกู้ยืม หรือรูปแบบอื่น ต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางการจ่ายค่าชดเชยคดีโฮปเวลล์ของนายศักดิ์สยาม แตกต่างกับแนวทางที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้นำเสนอต่อคณะทำงานเจรจาเพื่อลดผลกระทบต่อภาครัฐฯ ก่อนหน้านี้

โดยแนวทางที่การรถไฟฯ นำเสนอมีอยู่ 2 ทางเลือก คือ 1.ขอให้รัฐบาลรับภาระเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด 2.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาล และ 2.การรถไฟฯ ช่วยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 2,850 ล้านบาท เนื่องจากโฮปเวลล์เคยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้การรถไฟฯ ในอดีต เพื่อเป็นค่าเช่าที่ดินสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาเชิงพาณิชย์ ด้านค่าชดเชยที่เหลือส่วนใหญ่ ก็ขอให้รัฐบาลเป็นผู้รับภาระไป

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเลือกแนวทางการจ่ายค่าชดเชยจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลอาจเลือกแนวทางของการรถไฟฯ หรือแนวทางอื่นๆ ก็ได้

สำหรับแหล่งเงินทุนที่จะนำมาชำระค่าชดเชยนั้น ก็เป็นไปได้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น อาจจะนำมาจากงบประมาณ โดยอาจจะขอเพิ่มเข้าไประหว่างการแปรบัญญัติงบประมาณปีงบประมาณ 2563 หรือนำมาจากงบกลาง หรือนำมาจากแหล่งเงินกู้ แล้วแต่ความเหมาะสม ขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างคณะทำงานฯ กับบริษัท โฮปเวลล์ด้วยว่า จะสามารถขอลดดอกเบี้ยและขอยืดระยะเวลาการผ่อนชำระได้มากน้อยเพียงใด

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE