ดูหนังออนไลน์
Business

‘ไทยไลอ้อนแอร์’ ระส่ำ! ‘กพท.’ สั่งส่งแผนแก้ปัญหาขาดทุนสะสมด่วน

“ไทยไลอ้อนแอร์” ระส่ำ! “กพท.” ชี้มีความเสี่ยงจากปัญหาขาดทุนสะสม สั่งทำแผนแก้ปัญหาด่วน “จุฬา” เตรียมตรวจการบ้าน พร้อมเรียกหารืออีกรอบ

ภาพจาก CAAT – The Civil Aviation Authority of Thailand

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา กพท. ได้เชิญสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เข้ามาหารือเรื่องปัญหาหนี้สิน จากนั้นได้ขอให้ไทยไลอ้อนแอร์ จัดทำแผนจัดการด้านการเงิน และเสนอมาให้ กพท. พิจารณาภายในวันที่​ 30​ กันยายน 2562 ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ตนติดภารกิจอยู่ในต่างประเทศและมีกำหนดกลับประเทศไทยในวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ซึ่งก็จะกลับไปไปพิจารณาแผนการดังกล่าว และเชิญไทยไลอ้อนแอร์ เข้ามาพูดคุยอีกครั้ง

แหล่งข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)  กล่าวว่า กพท. ได้ตรวจสอบและติดตามสถานะทางการเงินของสายการบินต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สายการบินดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ไม่เกิดเหตุการณ์ทิ้งผู้โดยสาร หรือหยุดทำการบินกระทันหัน โดยช่วงปีที่ผ่านมา กพท. ได้ดำเนินการตรวจสอบสายการบินต่างๆ อย่างเข้มข้น เพราะอุตสาหกรรมการบินต้องเจอปัจจัยลบรอบด้าน

จากการตรวจสอบดังกล่าวพบว่า บริษัท ไทยไลอ้อน เมนทารี จำกัด ผู้ให้บริการสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านการเงิน เนื่องจากมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง ผลขาดทุนสะสมอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ขอบคุณภาพจากสายการบินไทยไลอ้อนแอร์

กพท. จึงขอให้สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ส่งรายการเดินบัญชีมาให้ตรวจสอบถี่กว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา และได้เชิญสายการบินไทยไลอ้อนแอร์มาหารือในประเด็นดังกล่าว เพื่อให้ระมัดระวังมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ได้สอบถามไทยไลอ้อนแอร์ว่า ทำไมถึงสามารถให้บริการได้ตามปกติ ทั้งที่มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องหลายปี  ทางไลอ้อนแอร์ ก็ตอบว่า เพราะบริษัทแม่ในประเทศอินโดนีเซีย ได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ไทยไลอ้อนแอร์ไม่ได้นำเงินสนับสนุน จากบริษัทแม่ไปเพิ่มในส่วนทุน แต่นำไปบันทึกเป็นหนี้สิน ทางกพท. จึงกังวลว่า ถ้าหากไทยไลอ้อนแอร์ประสบปัญหาทางธุรกิจ และบริษัทแม่ไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแล้ว ไทยไลอ้อนแอร์ จะอยู่ในฐานะ ที่ไม่สามารถกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องได้ด้วยตัวเอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินธุรกิจและการบริการผู้โดยสารตามมา

ขอบคุณภาพจากสายการบินไทยไลอ้อนแอร์

กพท. จึงขอให้สายการบินไทยไลอ้อนแอร์จัดทำแผนการแก้ไขปัญหาและเร่งนำเสนอกลับมาให้พิจารณา โดย กพท. ได้ให้ข้อสังเกตกับไทยไลอ้อนแอร์ว่า ควรพิจารณาเรื่อง “ระบบการขาย” ว่าทำอย่างไรจะไม่ขาดทุน แต่ในระยะยาวไทย ไทยไลอ้อนแอร์ควรพลิกฟื้นกิจการให้กลับมามีกำไร เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนด้วย

“ในระยะสั้น 1 ปี อยู่ได้แน่นอน แต่ในระยะกลาง 3-5 ปี มีความเสี่ยง จึงขอให้ไทยไลอ้อนแอร์ จัดทำแผนแก้ปัญหาการขาดทุนสะสม  พอถึงจุดหนึ่งก็ควรกลับมามีกำไรด้วย เพราะถ้าขาดทุนไปเรื่อยๆ จะมีปัญหา หากบริษัทแม่ไม่มี Take Care จะมีความเสี่ยง เราเป็นห่วง” แหล่งข่าว กล่าว

ทั้งนี้ ถ้าไทยไลอ้อนแอร์ยังคงขาดทุน และมีปัญหาหนี้สะสมอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มเกิดปัญหา ทาง กพท. ก็มีสิทธิ์ทบทวนใบอนุญาต ให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (AOL) ซึ่งจะมีการพิจารณาทุกๆ 6 เดือน เนื่องจากเงื่อนไขประการหนึ่งของ AOL คือผู้ประกอบการจะต้องดำเนินกิจการไปได้ด้วยดี

นอกจากนี้ กพท. จะเสนอเงื่อนไขหรือระเบียบเกี่ยวกับหนี้สินของผู้ประกอบการ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ที่มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิจารณาในเร็วๆ นี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทยไลอ้อนแอร์ เป็นสายการบินราคาประหยัด (Low-Cost Airline) สัญชาติไทยที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างสายการบินไลอ้อนแอร์ ประเทศอินโดนีเซีย และกลุ่มนักธุรกิจชาวไทย โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556

ทั้งนี้ บริษัท ไทยไลอ้อน เมนทารี จำกัด ผู้ให้บริการไทยไลอ้อนแอร์ รายงานผลประกอบการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดังนี้

ปี 2558 มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 1,029 ล้านบาท หนี้สินรวม 3,010 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ติดลบ 1.864 เท่า

ปี 2559 มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 443 ล้านบาท หนี้สินรวม 4,385 ล้านบาท อัตราส่วน D/E ติดลบ 2.239 เท่า

ปี 2560 มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 1,496 ล้านบาท หนี้สินรวม 5,724 ล้านบาท อัตราส่วน D/E ติดลบ 1.707 เท่า

ปี 2561 มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 4,634 ล้านบาท หนี้สินรวม 11,176 ล้านบาท อัตราส่วน D/E ติดลบ 1.4 เท่า

NOPPHAWHAN TECHASANEE