Sme

‘Seekster’ เจาะเอสเอ็มอี ใช้แพลตฟอร์ม ‘แม่บ้าน-ซ่อมแซม’

Seekster แพลตฟอร์มด้านบริการทำความสะอาดและซ่อมแซม ลุยขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอี ใช้บริการทำความสะอาดและงานซ่อมแซมครบวงจร พร้อมจับมือ ดีแทค เลือก SME WorryFree เป็นพันธมิตรเทคโนโลยีสื่อสาร ที่จะช่วยลดต้นทุนธุรกิจ เพิ่มกำไร ควบคุมค่าใช้จ่าย พร้อมลุยธุรกิจได้เต็มที่ ล่าสุดเดินหน้า ขยายธุรกิจเป็นผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการงาน “Workforce” ต่อยอดโตก้าวกระโดด

ชัชนาท จรัญวัฒนากิจ

นายชัชนาท จรัญวัฒนากิจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด ของ Seekster เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Seekster เปิดให้บริการในตลาดมาเกือบ 4 ปี โดยมีแม่บ้านให้บริการกว่า 10,000 คน และบริษัทที่เกี่ยวกับช่างแอร์อีกกว่า 10 บริษัท มีผู้ใช้บริการกว่า 150,000 คน แบ่งเป็นลูกค้ากลุ่มคอนโดและบ้านเดี่ยว 60% และอีก 40% เป็นกลุ่มนิติบุคคลและเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานเป็นประจำ และสร้างรายได้หลักให้กับ Seekster อีกด้วย โดยคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 60-70%

อย่างไรก็ตามพบว่า ในประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี จำนวนมาก แต่มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพียง 1,400 รายเท่านั้นที่เข้ามาใช้บริการของ Seekster ขณะที่แนวคิดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอียุคใหม่เปลี่ยนไป หันมาใช้บริการแม่บ้านฟรีแลนซ์มากขึ้น เพราะแม่บ้านทำความสะอาดเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน จึงประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นเมื่อเทียบกับการจ้างแม่บ้านประจำ รวมถึงลูกค้ากลุ่มนี้ยังสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ ต่างจากลูกค้าคอนโดที่อาจจะใช้บริการเดือนละครั้งเท่านั้น

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ Seekster เห็นโอกาสเติบโตในตลาดนี้ และต้องการขยายฐานสู่กลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้น โดยการรุกตลาดได้นำเอาจุดเด่นในเรื่องคุณภาพ และการบริการที่แตกต่าง รวมถึงราคาที่คุ้มค่ามาเป็นจุดขาย โดยจะมีแพ็กเกจให้ลูกค้าเลือกหลากหลายตรงกับการใช้งานมากที่สุด

ทั้งนี้ หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้ Seekster เติบโตขึ้นมาได้อย่างมั่นคงคือ การมีเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานสะดวกง่ายดายและแม่นยำ หากเทคโนโลยีออกแบบมาดีและตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าตรงจุด จะช่วยติดสปีดการเติบโตในอัตราเร่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ทีเดียว

ล่าสุด Seekster ได้เทคโนโลยีพาร์ทเนอร์อย่าง dtac SME มาช่วยจัดการต้นทุนในการติดต่อสื่อสาร ด้วยการนำร่องแพ็กเกจ WorryFree มาใช้กับพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่คิดมาจากอินไซต์คนทำธุรกิจโดยเฉพาะ เพื่อลดทุกข้อกังวลใจของผู้ประกอบการที่มีอยู่ ซึ่งหลังจากใช้เพียงไม่กี่เดือนพบว่า ช่วยองค์กรลดต้นทุนด้านการสื่อสารได้อย่างมาก จึงมีแผนต่อยอดนำซิมดังกล่าวไปให้แม่บ้านระดับท็อปเทียร์ใช้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยดึงดูดให้แม่บ้านทำงานอยู่กับบริษัทได้ยาวนาน

นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายจะเข้าไปเทรดในตลาดให้เร็วขึ้น โดยตั้งเป้าภายใน 8 ปี โดยดูจากจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังมีโอกาสในตลาดอีกมาก และเริ่มเปลี่ยนมือการบริหารงานจากผู้บริหารรุ่นแรก ส่งต่อไปสู่ผู้บริหารธุรกิจรุ่นสอง ซึ่งผู้บริหารรุ่นใหม่นี้มีความเข้าใจและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำธุรกิจ โดยปีหน้าจะเริ่มขยายฐานสู่ตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT