Sport

จริงหรือ! ‘แมนยู’ แถลงทุ่มเงินเพื่อแชมป์มากกว่าการตลาด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ว่าพวกลงทุนให้กับด้านฟุตบอลอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งในด้านการเสริมทัพและการพัฒนาเยาวชน โดยมุ่งเน้นแชมป์มากกว่าการตลาด

ภาพจาก : @manchesterunited

นับตั้งแต่ฤดูกาล 2012-13 เป็นต้นมา”ปีศาจแดง” ไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์ลีกอีก โดยได้เพียงแชมป์เอฟเอ คัพ และ ยูโรปา โดยแฟนบอลเร้ด อาร์มี่ส่วนใหญ่มองว่าเป็นเพราะการบริหารทีมที่ผิดพลาดให้ความสำคัญกับเรื่องธุรกิจนอกสนามมากกว่า

โฆษกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเผยแถลงการณ์จากสโมสรว่า “ทุกคนของสโมสรตั้งแต่กลุ่มเจ้าของทีมลงมาถึงฝ่ายบริหารต่างให้ความสำคัญกับการทำทีมในระดับสูงที่สุด โดยมีเป้าหมายคว้าแชมป์รายการที่สูงที่สุดมาครองให้ได้ แต่การที่จะทำอย่างนั้นได้ต้องลงทุนอย่างมากกับการสร้างทีมให้มีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ซึ่งเรากจะทำอย่างนั้นต่อไป”

“นอกจากจะทุ่มเงินเสริมทีมแล้ว เรายังมีกลุ่มนักเตะพรสวรรค์สูงที่ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่หลายคน ซึ่งมันเป็นผลลัพธ์จากการลงทุนด้านพัฒนาเยาวชนเพิ่มขึ้นตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมาและมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่เราต้องแจ้งให้ทราบว่าในขณะที่เราประสบความสำเร็จอย่างมากในด้านธุรกิจจนช่วยส่งเสริมด้านการลงทุนแล้วนั้น เป้าหมายหลักของเรายังเป็นการประสบความสำเร็จในสนาม”

“เรายังต้องชี้แจงด้วยว่าเราไม่ได้พิจารณาหรือซื้อนักเตะโดยที่ยึดเอาผลประโยชน์ด้านการตลาดเป็นหลัก เราเห็นด้วยว่าการเสริมทัพถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินการในด้านนี้ให้ถูกต้อง และมีการลงทุนในด้านนี้เยอะมากเพื่อทำให้ดารเสริมทัพของเราอยู่ในจุดที่จะสามารถคว้านักเตะตามที่ผู้จัดการทีมต้องการ”

ภาพจาก : @manchesterunited

“เราขอชี้แจงว่ากระบวนการในด้านนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าช่วง 4 หรือ 5 ปีก่อนซะอีก”

จากแถลงการณ์ดังกลาวสาวกผีแดงต่างมองว่าเป็นการแก้ตัวแบบน้ำขุ่นเนื่องจากมันเป็นคำแถลงที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทีมแทบไม่มีการเสริมทีมระดับบิ๊กเนมเท่าไหร่และนักเตะที่ซื้อมาหลายคนก็แพงเกินจริงทำให้ศักยภาพทีมลดลงสู้กับทีมใหญ่พรีเมียร์ลีกยากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ว่าช่วงแรกนับตั้งแต่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือมูลค่าการตลาดขิงทีมยังสูงอยู่ รวมทั้งมูลค่าของตลาดหุ้นด้วยก่อนที่มันจะลดลงเรื่อยตามผลงานทีมที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องทำให้บอร์ดบริหารทีมค่อยมาเน้นเรื่องซื้อนักเตะบิ๊กเนมในช่วงหลังมานี้

อีกทั้งเรื่องแข้งดาวรุ่งพรสวรรค์ที่อ้างถึงแม้จะมีนักเตะอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด, เจสซี่ ลิดการ์ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ รวมทั้งเมสัน กรีนวู้ด ที่ก้าวจากทีมเยาวชนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แต่นักเตะเหล่านี้ไม่ใช้แกนหลังที่ทีมจะฝากความหวังได้เหมือนยุคคลาส 92 อย่างเบ็คแฮม,พี่น้องเนวิลล์,กิ๊กส์ หรือ สโคลส์

ต้องดูว่าหลังมีการแถลงเรื่องการบริหารทีมแบบนี้ที่ออหมาช่วงทีมกำลังมีผลงานย่ำแย่ในลีกจะมีการเปลี่ยนทีมมากน้อยแค่ไหนทั้งเรื่องโค้ชทำทีมอย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่หลายคนมองว่ามือไม่ถึง รวมทั้งการเสริมทัพช่วงปีใหม่จะซื้อนักเตะระดับสตาร์มายกระดับทีมอีกหรือไม่

หากทุกอย่างยังคงนิ่งเฉยกระแสแฟนบอลขับไล่ตระกูลเกลเซอร์เจ้าของทีมจะโหมแรงขึ้นอีกรอบเป็นแน่

Add Friend Follow
Surachet Srisomwongse