Economics

กบง.ไฟเขียวดึงกองทุนฯ 813 ล้านบาท/เดือน ตรึงราคาน้ำมัน

กบง. เห็นชอบดึงเงินกองทุนน้ำมันฯ 813 ล้านบาทต่อเดือน ตรึงราคาดีเซลเบนซิน 0.60-1 บาทต่อลิตร คุมราคาไม่ให้กระทบค่าครองชีพของประชาชน เริ่ม 18 ก.ย.นี้ มั่นใจกองทุนฯมีสถานะแข็งแกร่ง ประเมินราคาน้ำมันตลาดโลกไม่เกิน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

วันนี้ (17 กันยายน 2562) มีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)วาระพิเศษ เพื่อวางมาตรการลดผลกระทบราคาน้ำมัน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าที่ประชุมมีการประเมินราคาน้ำมันภายหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในซาอุดีอาระเบีย

โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 4 ของปีนี้ ไม่ปรับไปถึง 80-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยล่าสุดครึ่งเช้าของวันนี้ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 65.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้เพราะมีปัจจัยบวกอื่นๆที่ทำให้ราคาน้ำมันไม่สูงขึ้น ได้แก่ สหรัฐปล่อยน้ำมันสำรองออกมาในตลาด ค่าเงินบาทแข็งมาอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์ และโรงกลั่นน้ำมันในเอเชียแปซิฟิกปิดซ่อมบำรุงในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 ทำให้การใช้น้ำมันดิบลดลง

อย่างไรก็ตามก็มีปัจจัยลบมาเสริมที่ต้องติดตามด้วย ที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น นอกจากโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดิอาระเบียถูกโจมตี คือ การเข้าสู่ฤดูหนาวของยุโรป

ทั้งนี้เพื่อป้องกันภาวะการขาดแคลน และการรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้านี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มน้ำมันเบนซิน 1 บาทต่อลิตร และกลุ่มดีเซลลง 0.60 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน มีผลตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2562 ทำให้กองทุนน้ำมันฯมีรายจ่าย 813 ล้านบาทต่อเดือน โดยจะใช้ไปมาตรการนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

หากสถานการณ์กินเวลาต่อเนื่อง 3 เดือนนี้ จะต้องใช้เงินประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยไม่กระทบสถานะกองทุนฯ ล่าสุด ณ วันที่ 15 กันยายน กองทุนน้ำมันฯมีฐานะสุทธิ 39,402 ล้านบาท มีเงินไหลเข้าจากกลุ่มเบนซิน 1,200 ล้านบาทต่อเดือน และกลุ่มดีเซล 31 ล้านบาทต่อเดือน

“ใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯเข้ามาดูแลราคาน้ำมันไม่ให้ปรับขึ้น เพื่อดูแลผลกระทบกับค่าครองชีพของประชาชน เมื่อราคาน้ำมันไม่ได้ปรับขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องดูแลราคาข้าวแกงและสินค้าต่างๆ ”

อย่างไรก็ตามจะต้องตามติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป หากราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือไปถึง 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็ต้องมาหารือกันอีกครั้งว่าจะดูแลผลกระทบอย่างไร และประชาชนต้องร่วมรับภาระอย่างไรจึงจะเหมาะสม ส่วนราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ไม่มีผลกระทบ เพราะซาอุดิอาระเบียไม่ได้ขายก๊าซ

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบมาตรการในด้านการจัดหา ให้สามารถกระจายการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่น เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โอมาน การ์ตา บาห์เรน และอิรัก เป็นต้น เพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย ประมาณ 170,000 บาร์เรลต่อวัน ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในช่วงที่คาดว่าจะเกิดวิกฤตการณ์

โดย ณ วันที่ 16 กันยายน 2562 ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือและปริมาณสำรองของประเทศ มีปริมาณรวม 6,407 ล้านลิตร เพียงพอใช้ได้ 54 วัน และปริมาณก๊าซหุงต้มสำหรับการใช้ในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่ง สามารถเพียงพอใช้ได้ 12 วัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยาวนานเกินกว่า 12 วัน กรมธุรกิจพลังงานจะจัดสรรก๊าซหุงต้มให้กับภาคครัวเรือนก่อนเป็นลำดับแรก

 

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB