Politics

‘พล.อ.อนุพงษ์’ สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ จ.อุบลราชธานี 24 ชั่วโมง

“พล.อ.อนุพงษ์” สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ จ.อุบลราชธานีตลอด 24 ชั่วโมง หลังเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.เกิดฝนตกหนัก

 
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานีว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่เดิมยังระบายไม่หมด และอย่างที่ทราบและอย่างที่ทราบมีปริมาณฝนตกลงมามาก อีกทั้งสถานการณ์น้ำฝั่งอำเภอวารินชำราบต่ำไป ทำให้มีน้ำท่วมค่อนข้างมาก ในส่วนของฝั่งอำเภอเมืองแม้จะมีการเตรียมการมาโดยตลอด

แต่เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. มีปริมาณฝนตกลงมาอีก 80 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าหนักมาก ยอมรับว่าฝั่งอำเภอเมืองได้รับผลกระทบมาก สำหรับการดำเนินการในการระบายน้ำ ได้มีการติดตั้ง เครื่องผลักดันน้ำ ทั้งที่อำเภอพิบูลมังสาหารและโขงเจียม ประมาณ 60 เครื่อง ผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อลดมวลน้ำ ซึ่งขณะนี้ทำได้เพียงเท่านี้ก่อน ถ้าฝนไม่ตกลงมาเพิ่มอีกตั้งแต่บ่ายนี้เป็นต้นไป สถานการณ์น่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามในการดูแลประชาชน ทุกภาคส่วนได้ดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งความเดือดร้อนความเป็นอยู่และการสัญจร โดยมีจิตอาสา ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่ไปดูแล ขณะที่โรงพยายามต่างๆ ก็พยายามจะเอาให้อยู่ แต่ต้องยอมรับว่ามวลน้ำมีมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องมีการย้ายคนออกจากพื้นที่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตรงไหนที่จำเป็นก็ต้องย้าย เพราะประมวลน้ำมีมากและอุบลเป็นพื้นที่ต่ำด้วย

“ในทุกๆ สายน้ำ ทั้งแม่น้ำชีแม่น้ำมูลและน้ำในเขื่อนขณะนี้มีการชะลอน้ำ แต่ปัญหาอยู่ที่น้ำท่า มีมากและไหลลงสู่ที่ต่ำ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พยายามพยายามระบายน้ำที่ค้างออกให้เร็วที่สุด ในฝั่งเมืองต้องยอมรับว่า ขณะนี้น้ำกลิ่นในระดับน้ำทะเลปานกลาง ตัวระดับสูงของระดับน้ำ คิดว่าเอาอยู่ แต่เมื่อคืนฝนตกลงมา หรือว่าความเข้มสูงมากตกถึง 80 มิลลิเมตรในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้ระดับน้ำขึ้นสูง” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า นอกจากที่จังหวัดอุบลแล้วยังมีที่จังหวัดอื่นอีกที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะอย่างที่ทราบกัน แต่ปัญหาไม่หนักเท่าที่อุบลราชธานี ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด และให้ปรับแผนงานทุกหน่วยงานตามที่มีกระแสรับสั่งลงมา อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานได้เตรียมการในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างดี พร้อมติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเมื่อบอกให้ย้ายหรืออพยพก็ยอมออกจากพื้นที่ซึ่งการสูญเสียส่วนหนึ่งก็เกิดขณะช่วงอพยพที่โดนน้ำพัดพาและเรือล่มบ้าง โดยหลังจากนี้จะดูแลเยียวยา รวมถึงซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับประชาชน

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team