Sme

‘เสวย’ จากชาวสวนผลไม้ ขายเข้า ‘7-11’ ปั้นแบรนด์พลิกชีวิตติดลบ

เพิ่งคว้ารางวัล เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน ปี 2561 ประเภท เอสเอ็มอี สินค้าเกษตร จากบริษัท ซีพีออลล์ มาครอง สำหรับแบรนด์ “เสวย” ผลไม้แปรรูป ที่จำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จนมียอดขายปีละกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเส้นทางของแบรนด์ เสวย นับว่าน่าสนใจไม่น้อย และเป็นตัวอย่างที่ดีของเกษตรกรที่ไม่ยอมแพ้ และที่สำคัญคือ เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว ยังรู้จักแบ่งปันอีกด้วย

นันทภรณ์ ชะเสริมไพร

นางสาวนันทภรณ์ ชะเสริมไพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสวย ผลไม้แช่อิ่ม จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป “เสวย” เปิดเผยถึงที่มาของธุรกิจว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป เริ่มมาจากครอบครัวเกษตรกร จากการเช่าที่ทำสวนผลไม้ ต่อมาคุณพ่อคุณแม่เริ่มคิดทำการแปรรูปมะกอก จากที่ไม่มีความรู้เลย ลองผิดลองถูกจนได้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องรสชาติที่มีเอกลักษณ์

จากนั้น จึงเริ่มขยายไปแปรรูปผลไม้ตามฤดูกาลชนิดอื่น แต่ก็ยังทำเป็นกิจการในครัวเรือน จนได้มีโอกาสนำเสนอสินค้าเพื่อเข้าไปจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแล ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ จึงสามารถขยายธุรกิจ ซื้อที่ดิน สร้างโรงงานเป็นของตัวเองได้

“เดิมคุณพ่อ คุณแม่ ทำสวนปลูกผลไม้หลายชนิด ตอนปี 2538 เกิดน้ำท่วม มีแค่มะกอกน้ำที่รอด ก็มีคนสนใจมาขอกิ่งไปปลูกเยอะ ตอนที่ท่านทำแปรรูปก็เริ่มจากดองเค็มแต่รสชาติไม่ถูกปาก เลยเปลี่ยนมาทำแช่อิ่มแจกให้คนรอบข้างชิมก่อน พอเริ่มมีคนมาขอซื้อจึงพัฒนากลายเป็นธุรกิจ และได้ขยายไปทำผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น มะม่วง มะดัน กระท้อน มะปราง มะขาม ที่มีตามฤดูกาลด้วย แล้วก็ไปขายตามงานแสดงสินค้าต่างๆ”นางสาวนันทภรณ์ กล่าว

จนกระทั่งมีโอกาสพบกับทีมของเซเว่น อีเลฟเว่น และได้เริ่มนำสินค้าเข้าไปวางขายในปี 2542 เดือนแรกได้เงิน 3 หมื่นบาท คุณพ่อก็มีท้อบ้าง แต่คิดว่าไหนๆ ก็สู้แล้ว และทางเซเว่นฯ ก็ได้ให้ข้อแนะนำช่วยเหลือหลายอย่าง จนยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น จึงกู้เงินซื้อที่ดินพื้นที่กว่า 15 ไร่ ที่เป็นที่ตั้งโรงงานปัจจุบันในปี 2553 แต่แล้วในช่วงสร้างโรงงานก็ประสบวิกฤติน้ำท่วม ต้องรื้อผังโรงงานใหม่ทั้งหมดจนธุรกิจเกือบไปไม่รอด

แต่วิกฤติใหญ่ที่สุดของครอบครัวคือ เมื่อคุณพ่อเสียชีวิต ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก มีปัญหาด้านการเงิน ทั้งที่กำลังอยู่ในช่วงกำลังขยับขยายสร้างโรงงาน จนต้องขายทรัพย์สินบางส่วนมาเพื่อประคองธุรกิจต่อ ซึ่งจนถึงปัจจุบันโรงงานได้พัฒนาเป็นระบบ ได้รับรองมาตรฐาน GMP-HACCP และมีผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ 3 ตัว คือ มะกอกแช่อิ่ม มะม่วงแช่อิ่ม และกระท้อนแช่อิ่ม

การมีโอกาสนำสินค้าไปวางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ ไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตครอบครัวชาวสวนธรรมดาไปสู่ธุรกิจที่มียอดขายกว่า 50 ล้านบาทต่อปี แต่เสวยยังช่วยสร้างงานให้คนในชุมชน และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวนไม่น้อยอีกด้วย

นางสาวนันทภรณ์ เล่าต่อว่า ทุกวันนี้มีคนงานประมาณ 50 คน เป็นคนในพื้นที่ทั้งหมด มีทุกวัย ส่วนวัตถุดิบก็เปิดรับซื้อจากเกษตรกรทั่วไป เช่น มะกอกนอกจากจะมาจากหลายจังหวัดในภาคเหนือแล้ว ในสุพรรณบุรีก็มีชาวบ้านปลูกกันตามบ้านตามคันนา มีเท่าไหร่จากที่ไหนรับหมด แต่ถ้าเป็นมะม่วงมีในพื้นที่ อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ มีเยอะมาก ปีหนึ่งๆ แบรนด์เสวยช่วยรับซื้อมะกอกจากเกษตรกรประมาณ 500 ตัน มะม่วงราวๆ 1,000 ตัน ถือเป็นการร่วมแบ่งปันโอกาสให้กับคนอื่น

ด้านนายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทยกล่าวว่า บริษัทมีนโยบายร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่นิยมจากประชาชน  โดยบริษัทจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีโอกาสส่งสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ

ปัจจุบันทั้งเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ได้จัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีรวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 รายการ และมีการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเป็นเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“สินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป รวมถึงสินค้าที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำหรับสินค้าที่จะเข้ามาเสนอขายผ่านร้านเซเว่นฯ และช่องทางของทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งนั้น ขอเพียงเป็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาด สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานสินค้าจากหน่วยงานราชการ ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสมัยใหม่จะต้องมีทัศนคติที่ดี รู้จักพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และคู่ค้า” นายบัญญัติ กล่าว

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT