COLUMNISTS

‘Upskill’ หนี AI/Automation โอกาสสตาร์ทอัพไทย

SARANYA THONGTHAB
0

วันก่อนได้รับฟังการนำเสนอของ 5 บริษัทสตาร์ทอัพที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของ “ดีแทค แอคเซอเลอเรท เดโม เดย์ ปี 7 “ และ หนึ่งในสตาร์ทอัพที่น่าสนใจ ได้รับการเอ่ยถึงจาก  เจคอป กรีนสแปน หัวหน้าทีมด้านการออกแบบ UX  และ UI ให้กับโครงการ Google LaunchPad Accelerator ที่มาเป็นวิทยากรอบรมให้กับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบลึก (บูธแคมป์)ในโครงการนี้

คือ สตาร์ทอัพชื่อว่า “สคูลดิโอ (Skooldio)”  ผู้ให้บริการคอร์สอบรมการพัฒนาทักษะสมัยใหม่ ให้กับบุคคลหรือองค์กร ถึงขนาดเจคอป มั่นใจว่าจะเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จได้แน่นอน

ที่เชื่อมั่นกันขนาดนั้น เพราะเป็นสตาร์ทอัพที่เกิดขึ้น เพื่อลดความหวาดหวั่นให้กับผู้คนในตอนนี้ จากการถูก AI และ Automation ไล่บี้มาติดๆถึงขั้นตกงานได้ชั่วข้ามคืน เพราะหลายๆ skill หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติทำแทนได้หมดแล้ว

จนมีการคาดการณ์ว่า จะมีคนตกงานถึง 5 ล้านคนใน 10 ปีข้างหน้า และอย่างที่เราเห็นกันแล้ว ส่วนมากอยู่ในภาคธนาคาร ที่ปิดสาขาไปเป็นจำนวนกว่า 50% ภายใน 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีแผนจะปิดเพิ่มอีก จะเห็นว่าตอนนี้ ถ้าเราจะไปธนาคารต้องไปตามห้างสรรพสินค้า

อีกด้านหนึ่งผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เฉพาะสาขาคอมพิวเตอร์ 19,781 คน  แต่กลับตกงานเกือบ 7,000 คน แสดงว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เพราะความต้องการกำลังคนด้านดิจิทัล ที่มีถึง 14,000 คน ไม่ต้องวิเคราะห์กันให้ลึก เพราะหลักสูตรในห้องเรียนไม่ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงนั่นเอง

การ upskill แรงงานที่มีอยู่ในตลาด ร่วมไปถึงนักศึกษา ให้มีทักษะที่ใช้ทำงานได้จริง ตรงกับความต้องการของบริษัทห้างร้านต่างๆ กลายเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพอย่างสคูลดิโอ

ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สคูลดิโอ จำกัด อดีต Data Scientist ของเฟซบุ๊ก เล่าให้เราฟังว่า มีทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดตอนนี้ ได้แก่ 1.ทักษะด้าน Cloud Computing 2.ทักษะด้านการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ 3.ทักษะด้านการจัดการทีม หรือ People Management และ 4.ทักษะด้านการออกแบบ

ตอนนี้คอร์สที่ขายดีของเขา ก็คือ Data Science เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ ทั้งการบริหารงานภายใน และการบริการลูกค้า รวมไปถึงคอร์ส Design Thinking สำหรับการออกแบบ Web และ Application ให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานง่ายที่สุด ตอนนี้สคูลดิโอมีลูกค้าในมือที่เป็นองค์กรกว่า 300 บริษัทแล้ว ถือว่าเติบโตถึง 2 เท่าจากปีก่อน คอร์สจะมีทั้งจัดในห้องเรียนจริง และห้องเรียนออนไลน์ ที่สำคัญปรับคอร์สให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลอดเวลา

“บริษัทใหญ่ๆที่ให้ผมไปจัดคอร์สให้ เช่น ปตท. หรือเอ็กซอน เพราะเขาต้องการกระตุ้นให้พนักงานมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งาน และปรับความคิดให้นึกถึงลูกค้าเป็นศูนย์กลางตามเทรนด์ของโลกยุคใหม่ “

การตั้ง mission ที่ชัดเจนตอบโจทย์ผู้คนที่ไม่ต้องการตกเทรนด์ และอยากเป็นส่วนสำคัญของตลาดแรงงาน ไม่อยากให้หุ่นยนต์มาแย่งงาน ทำให้สตาร์ทอัพที่เอาปัญหา และความหวาดกลัวของผู้คนมาสร้างโอกาสรายนี้ มีโอกาสเติบโตสูงมากรายหนึ่งเลยทีเดียว

Add Friend Follow