World News

กังวล ‘สงครามการค้า’ สะเทือน ‘ความเชื่อมั่น’ ฉุดหุ้นเอเชียทรุดหนัก

ตลาดหุ้นเอเชีย ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (26 ส.ค.) ดิ่งลงอย่างหนัก จากความตึงเครียดใน “สงครามการค้า” ระหว่างจีน กับสหรัฐ ที่พุ่งสูงขึ้น สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจโลก ทั้งยังส่งผลให้นักลงทุนหันเข้าไปลงทุนในพันธบัตร และทองคำ สินทรัพย์ที่ได้ชื่อว่ามีความปลอดภัย

ดัชนีนิกเคอิ ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ญี่ปุ่น เคลื่อนไหวล่าสุดร่วงลงมา 469.61 จุด หรือ 2.27% ที่ 20,241.30 จุด ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดฮ่องกงดิ่งลง 847.23 จุด หรือ 3.24% ที่ 25,332.10 จุด ดัชนีคอมโพสิตเซี่ยงไฮ้ ของจีน ลดลง 31.82 จุด หรือ 1.10% ที่ 2,865.61 จุด และดัชนีสเตรทไทมส์ ของสิงคโปร์ ลดลง 44.35 จุด หรือ 1.43% ที่ 3,066.00 จุด

ตลาดหุ้นดิ่งลงเกือบทั่วโลก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศเก็บยภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้นอีก จากเดิมที่จะขึ้น 10% เป็น 15% เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่จีนดำเนินมาตรการตอบโต้ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์

ในการประชุมผู้นำกลุ่มจี7 ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐยังได้สร้างความสับสนขึ้นอีก จากการบอกว่า อาจจะกลับไปคิดเรื่องขึ้นภาษีใหม่  แต่ทำเนียบขาวออกมาระบุเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ว่า ทรัมป์หวังที่จะขึ้นภาษีสินค้านำเจ้าจากจีนสูงกว่านี้อีก แม้เขาจะส่งสัญญาณว่า ไม่มีแผนที่จะทำตามคำขู่ก่อนหน้านี้ ที่จะให้บริษัทอเมริกันยุติการดำเนินงานในจีน

นักวิเคราะห์บอกว่า พัฒนาการล่าสุดในเรื่องความขัดแย้งทางการค้าของ 2 ประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงเกิดความรู้สึกไม่มั่นคง และกังวลว่า การเจรจาของ 2 ฝ่าย ที่มีความเปราะบางอย่างมากนี้ อาจจะบานปลายจนเหนือการควบคุม ทั้งยังบ่งชี้ถึงภาวะไร้เสถียรภาพที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้สร้างแรงกดดันต่อการค้าโลก การผลิตอุตสาหกรรม และการลงทุน

การหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ยังทำให้ราคาทองคำช่วงเช้าวันนี้ที่ตลาดสิงคโปร์ ทะยานสูงขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ 1,544.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 เป็นต้นมา

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team