World News

‘ภาคการผลิต’ หดตัวครั้งแรกรอบเกือบ 10 ปี กดดันหุ้นสหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์ ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (22 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางการรายงานผลประกอบการของบริษัทค้าปลีก ที่ยังออกมาอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง เน้นให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี ขาขึ้นของตลาดยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจ ที่แสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการผลิตของสหรัฐ หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าจีนกับสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุด ขยับขึ้นมา 6.57 จุด หรือ 0.03% ที่ 26,209.30 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 6.93 จุด หรือ 0.24% ที่ 2,917.50 จุด และดัชนีแนสแด็กลดลง 46.71 หรือ 0.58% ที่ 7,973.50 จุด

ตลาดได้แรงหนุนจากราคาหุ้นนอร์ดสตรอม อิงค์ ที่พุ่งขึ้นมา 9.6% จากการเป็นบริษัทค้าปลีกรายล่าสุด ที่รายงานผลประกอบการรายไตรมาสอย่างแข็งแกร่ง หลังจากที่ค้าปลีกรายใหญ่รายอื่นๆ อย่าง วอลมาร์ท และทาร์เก็ต ก็รายงานผลกำไรที่พุ่งสูงขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ผลประกอบการของภาคค้าปลีก ทำให้ตลาดเกิดความรู้สึกว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังแข็งแกร่งอยู่ และเรื่องนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับเศรษฐกิจที่กำลังชะลอการเติบโต

กระนั้นก็ตาม แรงซื้อในตลาดยังเบาบางอยู่ เนื่องจากนักลงทุนพากันรอฟังถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมธนาคารกลาง ในเมืองแจ็คสัน โฮล วันพรุ่งนี้ (23 ส.ค.) ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงสถานการณ์ในระยะสั้นได้ ท่ามกลางการคาดหวังว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีก

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team