Economics

กลุ่มปตท.จับมือ ร่วมลงทุนแบตเตอรี่ต้นแบบ 460 ล้านบาท

“จีพีเอสซี” จับมือกลุ่มปตท.ลุยร่วมลงทุนแบตเตอรี่ลิเธียมไออน 460 ล้านบาทที่เมืองบอสตัน สหรัฐ สร้างโรงงานแบตเตอรี่ต้นแบบ เริ่มผลิตปี 2563 พร้อมต่อยอดผลิตเชิงพาณิชย์ ปตท.พร้อมเสนอบอร์ดปลายปีเพิ่มงบวิจัยและพัฒนาเป็น 3-5% ของกำไร 

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มปตท.ให้ความสำคัญกับโครงการศึกษาวิจัย และผลิตแบตเตอร์รี่รองรับพลังงานหมุนเวียน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

ล่าสุดกลุ่มปตท.ระดมเงินรวม 15 ล้านดอลลาร์ หรือ 460 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมด 20 ล้านดอลลาร์ หรือ 610 ล้านบาท ร่วมลงทุนในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบ ซึ่งเป็นวัตกรรมกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบใหม่ กับบริษัท 24 M Technologies ซึ่งได้รับสิทธิในการใช้ ผลิต และขายแบตเตอรี่ประเภท Semi-Solid เป็นเทคโนโลยีเฉพาะ หรือไลเซนส์ ของ 24M ในไทย และภูมิภาคอาเซียน  โดยโรงงานต้นแบบตั้งอยู่ที่เมืองบอสตัน สหรัฐ คาดว่าโรงงานจะแล้วเสร็จในปี 2563

ทั้งนี้การที่ปตท.เลือกใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพราะจะช่วยลดขั้นตอนการผลิตลงได้กว่า 50% อีกทั้งยังได้รับการออกแบบเซลล์แบตเตอรี่ให้มีความปลอดภัยสูง ช่วยให้มีประสิทธิภาพแข่งขันได้ในธุรกิจแบตเตอรี่และเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (ESS) ในระยะยาว สำหรับกลุ่มลูกค้า เป็นโรงงานอุตสาหกรรม หรือบ้านเรือนที่ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อกักเก็บพลังงานในตอนกลางวัน ที่มีแสงแดดสำหรับใช้ในตอนกลางคืน

นอกจากนี้การร่วมทุนในโรงงานต้นแบบจะเป็นการสร้างฐานความรู้ และความเชี่ยวชาญเพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพบุคคลากรด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่

โดยวันนี้(22 ส.ค.) จีพีเอสซียังได้ร่วมลงนามกับ นายวรวัฒน์ พิทยศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในสัญญาร่วมวิจัย โครงการ “ วิจัยและพัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบ (Pilot Plant) ด้วยเทคโนโลยีเซมิ-โซลิด (Semi-Solid)”

นายชวลิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาสถาบันนวัตกรรม ปตท.เป็นแกนหลักในการวิจัยและพัฒนา ได้จัดตั้งโครงการ Electricity Value Chain เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ทางธุรกิจของ ปตท. ที่มุ่งสู่ธุรกิจใหม่

ด้านนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางด้านพลังงานของ กลุ่ม ปตท. ที่มุ่งใช้พลังงานไฟฟ้าที่มากขึ้น โดยมีแบตเตอรี่เป็นรากฐาน และเป็นตัวผลักดันที่สำคัญ

ทั้งนี้ในระยะเวลาภายใน 15 วันหลังการลงนามระหว่างจีพีเอสซี และและปตท.ทั้งสองฝ่าย จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ (Steering Committee) รวม 7 คน โดยมีประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี และวิศวกรรม ปตท. เป็นประธาน ในส่วนของกรรมการท่านอื่น จะมาจากผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 2 บริษัท เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลความก้าวหน้าและติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

การดำเนินการในระยะแรก คณะกรรมการฯ จะทำการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการศึกษาในรายละเอียด ในการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบตเตอรี่เทคโนโลยี Semi-Solid จัดทำแผนการก่อสร้าง แผนการควบคุมการผลิตและทดสอบ กำหนดตัวชี้วัด และเกณฑ์การพิจารณา

เพื่อเป็นขั้นตอนพิสูจน์ความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีทั้งทางด้านเทคนิค และเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งจัดทำงบประมาณในการดำเนินการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติก่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่ต้นแบบ ก่อนจะขยายการผลิตสู่ระดับเชิงพาณิชย์ร่วมกัน (Commercial Scale) ต่อไป

นายชาญศิลป์ กล่าวตอนท้ายว่า ปตท.ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อหานวัตกรรมใหม่รองรับพลังงานในอนาคต โดยจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทปตท.ในปลายปีนี้เพื่อเพิ่มสัดส่วนงบวิจัยและพัฒนาจาก 1-2% ของกำไร เป็น 3-5% หากผ่านการพิจารณาก็จะเริ่มดำเนินการในปีหน้าเป็นต้นไป

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB