Digital Economy

‘ดีอี’ เตรียมเผยโฉม ‘ศูนย์เฟคนิวส์’ ต.ค. นี้ พร้อมเปิดรับแจ้งผ่านเว็บ-โซเชียล

ดีอีปักหมุดตุลาคมนี้ เปิดตัวศูนย์ต้านข่าวปลอม (เฟคนิวส์ เซ็นเตอร์) พร้อมจัดทำช่องทางรับแจ้ง และชี้แจงผ่านเว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก และไลน์ มั่นใจเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบและสกัดการแพร่กระจายข้อมูลเท็จได้ใน 1-2 ชั่วโมง พร้อมตอบรับพฤติกรรมการสื่อสารของไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า วันนี้ (21 ส.ค.) ได้มีการประชุมนัดแรก เพื่อหารือแนวทางการจัดตั้ง “คณะกรรมการประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่กระทบต่อความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน”  ที่กระทรวงเตรียมจะตั้งขึ้นมา

ในระยะแรกจะดึงตัวแทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกว่า 25 หน่วยงาน โดยเฉพาะตัวแทนจากสมาคมภาคสื่อสารมวลชน ประชาสังคม มหาวิทยาลัย และผู้ที่มีความสนใจและมีการทำงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมต่างๆ เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดดีอีเป็นประธานกรรมการ และนาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวง เป็นรองประธานกรรมการ

หัวข้อหลักในการประชุมวันนี้ คือ การหารือเกี่ยวกับกรอบการจัดตั้งศูนย์ และกรอบการทำงานว่าจะรับผิดชอบเนื้อหาในกลุ่มใดบ้างที่กระทบสังคมไทยโดยรวม และหารือถึงรูปแบบการทำงานของศูนย์ ซึ่งจะเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้องกับประชาชนทันทีที่ได้รับการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องออกไป ลดการแพร่กระจายของข่าวปลอม หรือข้อมูลเท็จได้ในเวลารวดเร็วขึ้น

“ที่ประชุมวันนี้ ยังคุยกันเรื่องชื่ออย่างเป็นทางการของศูนย์แห่งนี้ เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจร่วมกันถึงบทบาทการทำงานของศูนย์ในการทำงานเชิงนโยบาย เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม รวมถึงข้อมูลเท็จที่มีผลกระทบต่อสังคม  ที่ผ่านมาผมเรียกชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า ศูนย์เฟคนิวส์ (Fake News Center) เพราะเป็นคำที่หลายประเทศทั่วโลกใช้เรียกชื่อหน่วยงานด้านนี้อยู่แล้ว ในการประชุมครั้งต่อไปน่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับชื่อศูนย์” นายพุทธิพงษ์กล่าว

กระทรวงตั้งเป้าว่า การจัดตั้งศูนย์จะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมกับเปิดช่องทางเว็บไซต์ ไลน์ และเพจเฟซบุ๊กของศูนย์ เพื่อสื่อสารแบบ 2 ทางกับประชาชน ทั้งการรับแจ้งข่าวปลอม/ข้อมูลเท็จ และชี้แจงข้อมูลถูกต้องที่ผ่านการตรวจสอบยืนยันแล้วจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข่าวนั้นๆ

ช่องทางสื่อสารเหล่านี้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน อีกทั้งสามารถดูย้อนหลังได้สำหรับข่าวที่มีการยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง (verify) แล้ว สามารถเอาไปแชร์ต่อ ช่วยกันเป็นเครือข่ายในการขยายผลได้ ดังนั้นน่าจะได้รับความนิยมจากผู้แจ้งข้อมูล และนำข้อมูลที่ถูกต้องไปแชร์ต่อในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

ในการปฏิบัติงานนี้ กระทรวงตั้งเป้าความรวดเร็วในการตรวจสอบข่าวปลอม และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง จะทำได้ในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง และภายใน 3 เดือนแรกของการจัดตั้งศูนย์ จะตรวจสอบยืนยันให้ได้ภายใน 1 – 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ จะมีการขอรายชื่อบุคคลที่ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างน้อย 2 คน จากทุกหน่วยงานราชการ เพื่อร่วมยืนยันข้อมูลในเบื้องต้น เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ปิดจุดอ่อนปัญหาเฟคนิวส์ จากเดิมที่กว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อจะชี้แจงต้องใช้เวลาเป็นวัน ซึ่งความเสียหายผ่านโซเชียลแพร่กระจายไปแล้ว

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มโซเชียลระดับโลกต่างก็มีมาตรฐานสากลในเรื่องการตรวจสอบข่าวปลอมอยู่แล้ว  ซึ่งถ้าหากไทยสามารถทำงานด้านนี้ได้ในระดับมาตรฐานเดียวกับแพลตฟอร์มเหล่านี้  ก็จะได้รับความร่วมมือจากเจ้าของแพลตฟอร์มระดับโลกต่างๆ โดยแสดงการยืนยันข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ สื่อโซเชียลยักษ์ใหญ่ ก็จะลิงค์ข้อมูลเข้าไป และขึ้นให้ว่าเป็นข่าวปลอม ก็จะช่วยสกัดการแพร่กระจายในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ยังได้มีการหารือเบื้องต้นกับบริษัทไลน์  เพื่อหาแนวทางความร่วมมือที่ศูนย์แห่งนี้จะเปิด Line Official เพื่อให้เข้าถึงคนได้จำนวนมากหลักล้านคน เพิ่มประสิทธิภาพในการรับแจ้งข้อมูลข่าวปลอม ซึ่งผู้บริหารของไลน์ก็ยินดีที่จะสนับสนุน  เพราะที่ผ่านมาก็มีข่าวปลอมแพร่กระจายผ่านช่องทางนี้ในระดับหนึ่ง ซึ่งการทำงานร่วมกันจะเป็นประโยชน์ได้ทั้งสองฝ่าย

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team