ดูหนังออนไลน์
World News

ตึงเครียดการค้าหั่นมูลค่าตลาดหุ้นโลก 7 ล้านล้านดอลล์

ความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างสหรัฐ กับหลายประเทศทั่วโลก กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดต่างๆ จากการที่นักลงทุนพากันวิตกเกี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อรายได้ของภาคธุรกิจ และการใช้จ่ายของผู้บริโภค

นับแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา หรือหนึ่งวันก่อนที่สหรัฐจะประกาศจัดเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดต่อเหล็ก และอลูมิเนียมนำเข้านั้น ดัชนีหุ้นทั่วโลกมีมูลค่าทางตลาดหายไปแล้ว 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่เกือบ 78 ล้านล้านดอลลาร์

หากนับตั้งแต่ช่วงที่ตลาดหุ้นขึ้นสูงสุดเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มูลค่าตลาดหุ้นโลกในขณะนี้หายไปแล้วมากกว่า 7.2 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขึ้นดอกเบี้ยในสหรัฐ ที่ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคมีความเป็นมิตรน้อยลง

ในตอนแรกนั้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจำนวนมากสันนิษฐานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะแค่ข่มขู่ในเรื่องการเก็บภาษีเท่านั้น แต่รัฐบาลวอชิงตันลงมือปฏิบัติจริงในเรื่องการเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดต่อสินค้าเหล็ก และอลูมิเนียม ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะจัดเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าประเภทอื่นๆ ด้วย ทำให้เกิดการตอบโต้ทั้งจากจีน ยุโรป และประเทศอื่นๆ ที่ตกเป็นเป้าการจัดเก็บภาษีดังกล่าว

“การโต้ตอบในด้านภาษีอาจจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง” ฮิเดโอะ คุมาโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากไดอิชิ ไลฟ์ รีเสิร์ช เตือน

ขณะที่ เรย์มอนด์ หม่า นักวิเคราะห์จีน จากฟิเดลิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่า อัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว สกัดกั้นการนำเข้าสินค้าราคาถูกประเภทอื่นๆ ทำให้เกิดแรงกดดันขาขึ้นในด้านราคา  ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะต่อผู้บริโภค หรือภาคธุรกิจก็ตาม

แนวโน้มนโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนนี้ ยังทำให้บรรดาบริษัทต่างๆ เลือกที่จะชะลอการลงทุนทั้งในสหรัฐ หรือจีน อย่าง การสร้างโรงงานเอาไว้ก่อน

แม้กระทั่งตลาดเอเชีย ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับสงครามการค้าโดยตรง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะติดร่างแหในเรื่องนี้ไปด้วย เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในเรื่องการเป็นซัพพลายเชนสำหรับสินค้าจีน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ตกเป็นเป้าจัดเก็บภาษีทุ่มตลาดจากสหรัฐ

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยมิซูโฮะ แสดงให้เห็นว่า ราว 1 ใน 3 ของชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ที่ประกอบในจีน เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐนั้น ผลิตนอกดินแดนจีน รวมถึง ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน

ความตึงเครียดทางการค้า กดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเคลื่อนไหวในแดนลบต่อเนื่องหลายวัน  ทั้งนักสังเกตการณ์เกี่ยวกับประเทศจีนบางราย ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลจีนกำลังทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลง เพื่อรับมือกับความขัดแย้งทางการค้าที่เกิดขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (22 มิ.ย.) พีเพิลส์ แบงก์ ออฟ ไชน่า หรือธนาคารกลางจีน ได้กำหนดอัตราอ้างอิง สำหรับเงินหยวนไว้ที่ 6.4804 หยวนต่อดอลลาร์  ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 เดือน และอยู่ใกล้ระดับอ่อนค่าสุดในปีนี้ที่ 6.5207 หยวนต่อดอลลาร์

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight