ดูหนังออนไลน์
Economics

‘พราว กรุ๊ป’ ทุ่ม 7 พันล้าน บิ๊กโปรเจค บุกตลาดท่องเที่ยวภูเก็ต

พราว กรุ๊ป ทุ่ม 7,000 ล้าน บุกตลาดท่องเที่ยวภูเก็ต ชูโมเดล Entertainment- Lifestyle Resort  พร้อมผุดโปรเจคใหม่ “อันดามันดา” ปี 64 พร้อมเปิดอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต ให้บริการไตรมาส 3 ปีนี้ ตั้งเป้าผู้นำ Integrated Entertainment and Resort Destination ปี 65 

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร พราว กรุ๊ป กล่าวว่า จากประสบการณ์ ของ พราว กรุ๊ป ที่มีการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงท่องเที่ยว ทำให้เห็นถึงรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป

โดยเฉพาะกลุ่มชาวเอเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมิลเลเนียล ที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ การผจญภัยที่หลากหลาย แต่ยังคงต้องการความสะดวกสบาย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้การท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่าย

จึงเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการทางด้านนี้อยู่แล้วหลายราย เพราะภูเก็ตได้รับความยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางธุรกิจโรงแรม หรือเป็นธุรกิจทางด้านการบันเทิงอย่างเดียว

บริษัทฯจึงดำเนิน 2 โปรเจคใหญ่ ‘อันดามันดา’ (ANDAMANDA) และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท มูลค่าทั้งสองโครงการรวมกัน 7,000 ล้านบาท เพื่อนำเสนอการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ผสมผสาน ไลฟ์สไตล์ เข้ากับความบันเทิง และการพักผ่อนสมบูรณ์แบบ

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร พราว กรุ๊ป กล่าวในส่วนของโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท ว่า มีมูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส 3 ปีนี้ โรงแรมนี้ถือเป็นไอคอนิกแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของภูเก็ต ชูความหรูหรา ที่ต่างจากโรงแรมระดับ 5 ดาวที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผสมกับผลงานศิลปะจากฝีมือศิลปินไทย

อาทิ ปฏิมากรรมเกี่ยวกับการกำเนิดของโลกและสวรรค์ ของคมกฤษ เทพเทียน ศิลปินชื่อดังที่เคยฝากผลงาน รูปปั้นยักษ์ Giant Twins หรือศิลปะภาพวาดแหล่งท่องเที่ยว ช่วยบอกเล่าเรื่องราวท้องถิ่น ของดร.คารว์ พยุงพันธ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ราชภัฏภูเก็ต

สำหรับตัวอาคารของโรงแรมก็โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ ภายใต้คอนเซปต์ Heaven on earth ออกแบบโดยบริษัทที่ได้รับรางวัลระดับโลก และเป็นไปตามมาตรฐานการก่อสร้างอาคารสีเขียว (LEED) ระดับ Gold เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้โรงแรมยังมีร้านอาหารไทยรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า

ส่วนโครงการอันดามันดา นางสาวพราวพุธ บอกว่า มีมูลค่า 4,500 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 58 ไร่ ตั้งเป้าเป็น “Integrated Entertainment and Resort Destination” ใหญ่ที่สุดในไทย เปิดบริการต้นปี 2564 ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

1) สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต มีเครื่องเล่นระดับโลกกว่า 19 อย่าง ผสมความอลังการของสถาปัตยกรรมไทยเสมือนอยู่ท่ามกลางทะเลอันดามัน ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Thai legend meets fantasy” รวมไปถึงทะเลเทียมขนาดใหญ่ (Wave Pool) บนเนื้อที่ 16,000 ตารางเมตร และชายหาดยาว 300 เมตร เขาตะปูจำลอง ความสูงกว่า 23 เมตร

2) โรงแรมฮอลลิเดย์ อินน์ อันดามันดา ภูเก็ต ซึ่งได้รับการออกแบบมาสำหรับลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล ที่เดินทางกับกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวโดยเฉพาะ บริหารโดยเครือระดับโลกอย่าง InterContinental Hotel Group

3) แหล่ง “hangout” ใหม่ ประกอบด้วยร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม โชว์น้ำพุอลังการ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท โดยทีม Wet Design เจ้าของผลงานน้ำพุชื่อดังระดับโลก ตั้งเป้าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของภูเก็ต และคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการภายในปีแรกกว่า 700,000 คนต่อปี

นายนฐา ชมเสวี ผู้จัดการทั่วไป สวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล และโครงการอันดามันดา กล่าวเสริมว่า โครงการอันดามันดา ยังมุ่งเน้นในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้ใช้นโยบาย Zero Waste หรือ การจัดการน้ำเสียและการนำน้ำมารีไซเคิลแบบ 100% เพื่อให้เกิดการประหยัด และใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยี ‘RFID’ จากสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล และโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานานาวา มาใช้ เพื่อให้ลูกค้าสะดวกสบายที่สุด โดยมุ่งสร้าง seamless experience มีการนำข้อมูล และพฤติกรรมผู้บริโภคมาวิเคราะห์ตลาด เป็น Customer centric หรือการเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง

“มั่นใจว่าโครงการ ‘อันดามันดา’ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และบันเทิงที่ใหญ่ และดีที่สุดในประเทศอย่างแน่นอน และในการทำธุรกิจของทั้ง 2 โครงการ จะเป็นการสร้างงานกว่า 1,000 อัตรา มุ่งเน้นจ้างงานท้องถิ่น เพื่อสร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชน”

นายกฤษฎา โรจนสมสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจโรงแรม พราว กรุ๊ป กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ว่า ภาพรวมตลาดท่องเที่ยวภูเก็ต ยังคงมีอนาคตที่ดี จากจำนวนนักท่องเที่ยวครึ่งปีแรกของปีนี้ที่เดินทางเข้าออกจากสนามบินภูเก็ตเกือบ 6 ล้านคน

แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ท่องเที่ยวในภูเก็ตอาจไม่สูงเมื่อเทียบกับปี 2561 แต่พราว กรุ๊ป ยังมั่นใจ และมองเห็นศักยภาพทั้งสาธารณูปโภคที่ครบครัน การคมนาคมที่สะดวกสบาย

นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแผนขยายสนามบินภูเก็ตเดิม และแผนสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 รวมถึงนโยบายสนับสนุนให้จังหวัดภูเก็ต และฝั่งอันดามันมีการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 365 วัน ไม่มีช่วงไฮท์ซีซัน หรือช่วงโลว์ซีซัน พร้อมเน้นเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด และรักษาสิ่งแวดล้อม

ประกอบกับมีการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ ไทย-จีน, ไทย-อาเซียน และ ไทย-อินเดีย ช่วยตอกย้ำว่าการท่องเที่ยวภูเก็ต และแถบอันดามันยังมีอนาคตที่สดใส

ในอดีตที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีน เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก ปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นตลาดใหญ่ แต่บริษัทฯยังมองหาตลาดอื่นๆที่มีศักยภาพด้วย เช่น รัสเซีย, อังกฤษ และอินเดีย นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับตลาด FIT (Foreign Individual Tourism) หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง และ ตลาด MICE หรือการจัดประชุมนานาชาติอีกด้วย

และการที่เราเป็นพาร์ทเนอร์กับ InterContinental Hotel Group และมีโรงแรมที่เราให้บริการมากขึ้น ทำให้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ระหว่างโรงแรมได้รวดเร็วขึ้น จึงแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายขึ้น ทราบถึงพฤติกรรมของลูกค้านักท่องเที่ยว ช่วยตอบโจทย์ในการนำเสนอแพคเกจต่างๆได้ตรงจุด และพราว กรุ๊ป ยังวางแผนการดำเนินธุรกิจแบบข้ามตลาด ร่วมกับโครงการอื่นๆ ภายในเครือที่ภูเก็ต เพื่อนำเสนอประสบการณ์แบบบูรณาการที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความคึกคักให้กับชุมชนและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

“เราตั้งเป้า ให้ พราว กรุ๊ป เป็นผู้นำในการบริการ Integrated Entertainment and Resort Destination ภายในปี 2565 ด้วยผู้ใช้บริการของทั้งสองสวนน้ำ วานา นาวา และอันดามันดา ที่จะมีจำนวนรวมมากกว่า 1 ล้านคน และห้องพักกว่า 1,000 ห้อง รวมทั้งหมด 4 โรงแรม “

 

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB