Business

ปลดล็อก ‘กู้ร่วม’ ขอสินเชื่อบ้านหลังแรก ช่วยฟื้นอสังหา ‘ลลิล’ ลุยผุด 9 โครงการปีนี้

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มั่นใจอสังหาครึ่งปีหลังสัญญานบวกชัด หลังรัฐผ่อนเกณฑ์ผู้กู้ร่วม ซื้อบ้านหลังแรกได้ ภาครัฐชัดเจนเร่งลงทุนโครงการใหญ่ เผยปีนี้เปิด 9 โครงการตามแผน มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท มุ่งเจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ คาดปีนี้กวาดยอดขาย 5,300 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 3,100 ล้านบาท

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  (LALIN) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในครึ่งปีหลังนี้ เชื่อว่าฟื้นตัวขึ้น เพราะมีปัจจัยบวกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ การปลดล็อกให้ผู้กู้ร่วม สามารถซื้อบ้านหลังแรกได้ จากเดิมที่ผู้กู้ร่วมถือว่าซื้อบ้านหลังแรกไปแล้ว นอกจากนี้เชื่อว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมีมาตรการกระตุ้นอสังหาใหม่ๆ ออกมาเพิ่มเติม เนื่องจากธุรกิจอสังหาเป็นเหมือนหัวรถจักรที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต

ชูรัชฏ์ ชาครกุล

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการเร่งผลักดันโครงการเมกะโปรเจคของภาครัฐ ที่จะช่วยกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจให้เติบโต จากการที่มีเม็ดเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจอีกด้วย

สำหรับแผนงานของลลิลในปีนี้ ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่รวม 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรก ได้เปิดโครงการใหม่ไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท และในครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 5 โครงการ โดยล่าสุดเปิดเฟสแรกและขายหมดแล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,600 ล้านบาท

โครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง ประกอบด้วย ลลิล ทาวน์ อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ จำนวน 404 ยูนิต บนพื้นที่ 45 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท, โครงการ ลลิล ทาวน์ รังสิต – คลอง 2 จำนวน 373 ยูนิต พื้นที่ 40 ไร่ มูลค่า 850 ล้านบาท, โครงการ Lio Bliss รังสิต – คลอง 4 จำนวน 397 ยูนิต พื้นที่ 34 ไร่ มูลค่า 800 ล้านบาท, โครงการ Lio Bliss เพชรเกษม  81/2 จำนวน 431 ยูนิต พื้นที่ 39 ไร่ มูลค่า 850 ล้านบาท

ทีมผู้บริหาร ลลิล พร็อพเพอร์ตี้

ส่วนอีก 1 โครงการใหม่เปิดในพื้นที่อีอีซี ได้แก่ โครงการ Lio Bliss ปลวกแดง – มาบยางพร กว่า 400 ยูนิต พื้นที่ 41 ไร่ มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นโครงการที่ 17 ในพื้นที่อีอีซี โดยโครงการของ ลลิล หากเป็นทาวน์โฮม ราคาจะอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว ราคาอยู่ที่ 3-7 ล้านบาท ซึ่งทุกโครงการจะเน้นเจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ หรือซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากแอลทีวีมากนัก

นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางกลยุทธ์การทำตลาดผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1.การเน้นกลุ่มเป้าหมายเรียลดีมานด์ 2. การเจาะพฤติกรรมเชิงลึกของผู้บริโภค ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยใช้บิ๊กดาต้าวิเคราะห์ เพื่อนำมาพัฒนาโปรดักส์ได้ตรงความต้องการของลูกค้า 3.การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านกลยุทธ์ซีอาร์เอ็ม และ 4.การให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรักสิ่งแวดล้อม หรือ  Eco Living

ด้านผลประกอบการในปีนี้ ตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ 5,300 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรก มียอดขายแล้ว 3,100 ล้านบาท หรือคิดเป็น 58% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี จึงเชื่อว่าในปีนี้จะมียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT