Business

‘ดีดีบินไทย’ ยอมรับขาดทุนหนักเกินคาด แต่ยังลุ้นมี ‘กำไร’ สู้สุดใจครึ่งปีหลัง

“ดีดีการบินไทย” ยอมรับผลประกอบการครึ่งปีแรกขาดทุนหนักเกินคาด แต่ยังสู้ขาดใจ งัด 3 กลยุทธ์ลุ้นมีกำไรในปี 62 เตรียมเสนอเรื่องเช่าเครื่องบิน 3 ลำเข้าบอร์ดเดือนหน้า นำมาบินเสริมเส้นทางยุโรป

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ในวันนี้ (13 ส.ค.) ว่า ในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ที่ผ่านมา การบินไทยและบริษัทย่อยมีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 6,878 ล้านบาท และในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิรวม 6,438 ล้านบาท

การบินไทยยอมรับว่าผลประกอบการอยู่ในระดับที่ไม่ดีและผิดจากเป้าหมายที่วางไว้ “เราไม่คิดว่าจะขาดทุนมากขนาดนี้” โดยสาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยลบที่รุมเร้า และการบินไทยเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ที่ยังไม่สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับปัจจัยลบในช่วงที่ผ่านมามีหลายด้าน ที่สำคัญคือ ค่าเงินบาทซึ่งแข็งค่าที่สุดในรอบ 6-7 ปี ส่งผลให้รายได้ลดลง 5% การปิดน่านฟ้าปากีสถานส่งผลให้รายได้ลดลง 1% และต้นทุนเพิ่มขึ้น 8% ส่วนนักท่องเที่ยวก็เดินทางทางอากาศลดลง บางช่วงติดลบ และเครื่องบินของการบินไทยก็ต้องจอดซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น 4 ลำ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตลดลง ด้านปัจจัยบวกมีเพียงเรื่องเดียวคือราคาน้ำมันที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังการบินไทยจะสู้สุดชีวิตและยังลุ้นว่าผลประกอบการในปี 2562 จะกลับมามีกำไร โดยการบินไทยวางกลยุทธ์หลักไว้ 3 ด้านเพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการ กลยุทธ์แรกคือการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย ส่วนอีก 2 กลยุทธ์เป็นเรื่องทางธุรกิจและยังเปิดเผยไม่ได้ในขณะนี้ ถ้าหากทำได้ครบทั้ง 3 กลยุทธ์ก็อาจจะไม่ขาดทุนและมีโอกาสพลิกมีกำไรได้ด้วย

นอกจากนี้การบินไทยได้ทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในระดับหนึ่ง แต่คาดว่าในช่วงปลายปี 2562 สถานการณ์ในภาพรวมจะดีขึ้น เพราะการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลง และตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 เป็นต้นไปจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Hi-season) แล้ว โดยคาดว่าเมื่อสิ้นปี 2562 การบินไทยจะมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยมากกว่า 79% ขึ้นไป

นายสุเมธกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเครื่องบินไม่เพียงพอว่า การบินไทยกำลังพิจารณาเรื่องการเช่าเครื่องบินเพิ่มอีก 3 ลำ เพื่อเสริมกำลังการผลิตในขณะที่ยังไม่สามารถจัดหาฝูงบินใหม่ได้ โดยขณะนี้การบินไทยอยู่ในขั้นตอนการเลือกประเภทเครื่องบินและจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เห็นชอบโดยเร็วที่สุด จากนั้นจะบรรจุเครื่องเข้าสู่ฝูงบินในเวลาไม่เกิน 3 เดือน หรือนำเครื่องออกให้บริการได้เร็วที่สุดในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 หรือไม่เกินต้นปี 2563

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินที่กำลังจะเช่านั้น ไม่ใช่เครื่องบินใหม่ และต้องนำมาปรับปรุงเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่ก็ต้องกำไรต่อที่นั่งให้ได้ ด้านราคาเช่าก็อยู่ในระดับที่ดี โดยลดลงจากช่วงต้นปี 2562 ประมาณ 10-20% แล้วแต่ลำ และเครื่องที่เช่าจะนำมาให้บริการได้ประมาณ 6 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการทำสัญญา ซึ่งส่วนใหญ่จะนำมาบินเสริมในเส้นทางยุโรป เช่น บรัสเซล เวียนนา มิลาน หรือแมนเชสเตอร์ ในประเทศอังกฤษ

นอกจากนี้ การบินไทยมีเครื่องบินที่จอดรอจำหน่ายอยู่ 4 ลำ ได้แก่ เครื่องบินแอร์บัส A340-500 จำนวน 1 ลำ, เครื่องบินแอร์บัส A300-600 จำนวน 1 ลำ และโบอิ้ง 737-400 จำนวน 2 ลำ โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างพูดคุยกับผู้ที่สนใจ ส่วนมูลค่าการขายคงไม่ถึง 4,000 ล้านบาทตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้

สำหรับกรณีที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายให้การบินไทยลดการขายตั๋วผ่านตัวแทนจำหน่าย (Agency) และเพิ่มช่องทางขายตั๋วทางดิจิทัล พร้อมปรับสายการบินไทยสมายล์ให้เป็นสายการบินราคาประหยัด (Low-Cost Airline) นั้น

นายสุเมธ กล่าวว่า การบินไทยก็ต้องการปรับวิธีการขายตั๋วให้ผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าดำเนินการได้ยากในบางตลาด เช่น ตลาดยุโรป เนื่องจากผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังนิยมจองตั๋วผ่านเอเจนซี่และเอเจนซี่ยังคงมีอิทธิพลมาก ส่งผลให้การขับเคลื่อนประเด็นนี้ไม่สามารถทำได้อย่างรุนแรง

ขณะเดียวกันยืนยันว่า ไทยสมายล์ยังควรมีฐานะเป็นสายการบินระดับพรีเมี่ยมเหมือนเดิม เนื่องจากไทยสมายล์ได้เชื่อมต่อกับสตาร์อัลไลแอนซ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายสายการบินระดับพรีเมี่ยมแล้ว และไทยสมายล์ยังทำหน้าที่บินเส้นทางภายในประเทศแทนการบินไทย ซึ่งส่งผลให้การบินไทยสามารถไปบินในเส้นทางระยะยาวได้ และไทยสมายล์ก็มีประสิทธิภาพการใช้เครื่องบินเพิ่มขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นหลังจากนี้การบินไทยจะต้องไปอธิบายและทำความเข้าใจประเด็นดังกับนายถาวรให้ชัดเจน

รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างเลือกประเภทเครื่องบินที่จะเช่าจำนวน 3 ลำ ถ้าหากมีความชัดเจนในเดือนนี้ ก็คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดเห็นชอบได้เร็วที่สุดในเดือนกันยายน 2562 และสามารถนำเครื่องบรรจุเข้าฝูงบินได้ภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้

 

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE