Entertainment

กันต์ กันตถาวร ตอบชัด เจ้าขุน ทำไม่ถูก ปมดราม่าแย่งไมค์พิธีกร ยอมรับเหวอมาก!

โซเชียลกำลังเดือดระอุ! หลังจบการแข่งขันในคู่สุดท้ายของรายการ “10 FIGHT 10 Presented by GS Batter” ระหว่าง เจ้าขุน – จักรภัทร วรรธนะสิน (ทีมดำ) VS แบงค์ – ธิติ มหาโยธารักษ์ (ทีมขาว) ซึ่งผลการตัดสินปรากฏว่า หนุ่มแบงค์ เป็นฝ่ายชนะน็อก เจ้าขุน ไปในยกที่ 2

โดยภายหลังจากการจบการแข่งขัน ก็ได้เกิดดราม่าเดือดตามมาอย่างหนัก ถึงพฤติกรรมหลายๆ อย่างบนสังเวียนของ เจ้าขุน ทั้งการชูนิ้วกลางบนเวทีให้กับผู้ชม รวมไปถึงการแย่งไมค์จากมือของพิธีกรหนุ่ม กันต์ กันตถาวร ขณะกำลังพูดอยู่ ซึ่งทำเอา หนุ่มกันต์ ถึงกับเหวอต้องรีบแก้ไขสถานการณ์ด้วยการพูดติดตลกว่า “ไม่มีใครเคยแย่งไมค์จากผมมาก่อนในชีวิต คุณตา ปัญญา เจ้าของบริษัทยังไม่เคยทำ… ไอ้เจ้าขุน !!” 

ล่าสุด (13 ส.ค.) พิธีกรหนุ่ม กันต์ กันตถาวร ก็ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงกระแสดราม่าดังกล่าวกับสื่อมวลชนว่า “เรื่องราวเมื่อคืนทั้งหมดในฐานะพิธีกร ผมก็ได้อ่านมวลรวมทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นในรายการเมื่อวาน ผมเป็นห่วงทุก ๆ คน เป็นห่วงความรู้สึกทั้งของทีมงานเวิร์คพอยท์ ทีมงานของ พี่เจ เจตริน ของน้องเจ้าขุน และของแบงค์ ธิติ ต้องบอกว่าทั้งเจ้าขุน และ แบงค์ เป็นน้องผม เรารู้จักกันอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่พี่น้องในวงการบันเทิง สิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นว่าน้องแย่งไมค์ ในฐานะพี่ชาย ผมก็ต้องพูดจริง ๆ ว่าสิ่งที่น้องทำไม่ถูกต้องนะ คุณไม่สามารถแย่งไมค์จากใครก็แล้วแต่แบบนั้นได้ นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ผิดไม่ผิดต้องดูที่เจตนา คือ น้องไม่ได้มีเจตนาที่แบบเห้ย เอาไมค์มา น้องแค่รู้สึกว่าเหมือนเกมจบแล้ว พอพูดเสร็จเอาไมค์คืนพิธีกร

ผมจะพูดแล้วไมค์ก็หายไป สิ่งที่น้องทำต่อคือเอาไมค์ไปขอบคุณแฟนคลับของแบงค์นั่นคือเจตนาดีครับ แต่การกระทำผมก็กล้าพูดว่าไม่ถูกต้อง ผมว่าน้องได้เรียนรู้แล้ว ผมไม่จำเป็นต้องไปพูดต่อว่ามันไม่ถูกนะ น้องสามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่าด้วยการแสดงออกของน้อง น้องเป็นคนที่คิดเลยทำเลย สุดท้ายแล้วประสบการณ์มันจะสอนน้องเองว่าอะไรดีอะไรไม่ดี มันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองครับ เรื่องพวกนี้มันต้องเจอกับตัวเอง คือยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุแล้วน้องจะค่อยๆเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ

ปีนี้ผมอายุ 34 แล้ว น้องเพิ่งอายุ 16 เอง น้องยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างในการอยู่ตรงนี้ เรารู้จักน้องเพราะนี่คือครอบครัวของพี่เจ  น้องเจ้านาย น้องเจ้าขุน น้องเจ้าสมุทร น่ารักทุกคนเลยเวลาที่มาถ่ายรายการ เขาจะมากันทั้งครอบครัว แต่น้องเจ้าขุนเพิ่งก้าวขามาขาเดียวในวงการเอง เขายังไม่ได้มีประสบการณ์อะไรมากนัก ผมว่ามันเป็นสิ่งที่น้องจะต้องเรียนรู้ ผมว่าเรื่องนี้น้องรู้แล้ว และผมว่าครอบครัวของน้องคือพี่เจ และพี่ปิ่นก็รู้แล้ว ไม่มีใครอยากทำอะไรไม่ดีออกมาให้คนมานั่งว่าหรอก คือผมก็ไม่ได้ปกป้องน้อง ถ้าให้ผมได้พูดกับน้อง ผมจะบอกว่า โอเค คุณรู้แล้วว่าไม่ถูกต้องและไม่ต้องพูดกันเยอะด้วย เพียงแต่ว่าน้องไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเท่านั้นเองครับ”

เจ้าขุนได้มาขอโทษไหม ?

“เขาก็ขอโทษบนเวทีแล้วนะ ผมนั่งดูย้อนอยู่หลายครั้งมาก กลับบ้านไปแล้วคุณพลอย ภรรยาบอกว่า ดราม่าเต็มไปหมดเลย คนว่าน้องเต็มเลยที่แย่งไมค์ เอาจริงๆผมก็แก้สถานการณ์ไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าผมปล่อยนิ่ง ขุนจะดูแย่มาก ก็ต้องเล่นให้มันดูตลกไป ไมค์หายไปไหนวะ ไม่ได้มีเจตนาจิกกัดอะไรน้องเลย”

แสดงว่าตอนนั้นเราก็เหวอเหมือนกัน ?

“เหวอจริงๆสิครับ คือผมไม่ได้เอาไมค์กลับมาแล้วน้องมาบอกว่าพี่กันต์ผมขอพูดแป๊บนึง ตอนนั้นผมพูดไปแล้วด้วย ผมอยากจะบอกนะครับว่า ฟึ๊บ ไมค์ไปแล้ว ยอมรับว่าเหวอจริงๆ ตอนนั้นต้องประมวลผลเพราะมันคือรายการสด เราจะทำยังไงต่อให้มันสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างสมูทที่สุด เพราะสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการประกาศผล การพูดขอบคุณสปอนเซอร์ ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่สามารถหยุดตรงนั้นได้ ไม่สามารถคัตแล้วเอาใหม่ได้ มันอยู่ที่ผมเท่านั้น”

ประโยคที่ว่าขนาด คุณปัญญา นิรันดร์กุล ยังไม่กล้าดึงไมค์จากผมเลย?

“ไม่ดูแรงครับ ขออนุญาตพูดแค่นี้จริงๆ มันเป็นการแซวกัน น่าจะเข้าใจกันได้ แม้แต่คุณปัญญายังไม่เคยทำแบบนี้กับผมเลย พอมันเป็นคำเขียน หรือตัวพิมพ์ มันแปลได้หลายอย่าง ตามอาริยาบทของเราผู้อ่าน แต่มันต้องเห็นมวลทั้งหมด ถ้าคุณได้เห็นน้ำเสียง สีหน้า อากัปกิริยา คุณจะรู้ว่านี่คือการพูดเล่น”

คนมองว่าพี่เจไม่มืออาชีพ เพราะปิดความคิดเห็น และตัวเจ้าขุนเองก็ยังไม่ขอโทษ ?

“อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ไม่ได้รู้ คือเมื่อวานนั่งย้อนดูไลฟ์ในเฟซบุ๊ก ในยูทูป พอดูแล้วหยุด ดูแล้วหยุดเยอะมาก และทวิตเตอร์เป็นอันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว ผมเห็นแล้วตกใจ ผมว่าพี่เจไม่ใช่คนไม่ใช่มืออาชีพ เขารู้อยู่แล้วว่ามันควรจะทำอะไร เพียงแต่ว่าเขาพูดเกริ่นมาแล้วนะว่าอันนี้ในฐานะโปรโมเตอร์ อันนี้ในฐานะพ่อ คือผมว่าสุดท้ายมันคือเรื่องของพวกเราเองแล้วว่ามันอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจเรา แต่ผมว่าพี่เจเขารู้อยู่แล้วครับ“

หลังจากนี้จะคุยกับพี่เจไหม ?

ก็คุยกันเป็นปกติอยู่แล้วครับ ต่อให้ไม่ทำรายการนี้ร่วมกัน เขาเป็นคนชอบรถ ชอบนาฬิกา เราก็คุยกัน พอได้มาทำรายการนี้ ก็กลายเป็นสนิทกับลูกเขาเข้าไปอีก ไม่มีเรื่องอะไรบาดหมางแคลงใจหรืออะไรกัน “

ขอบคุณ innnews

Add Friend Follow
Saranya Sawangjai