COLUMNISTS

การถือครองอสังหาริมทรัพย์ในยุคของบล็อกเชน

อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ
กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร
6,426


บล็อกเชน (Blockchain) คือเทคโนโลยีที่เป็นระบบเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ ที่ได้เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกยุคปัจจุบันอย่างมาก ซึ่งการทำงานของบล็อกเชนนั้นทำให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อมูลหากันได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางหรือสถาบันการเงิน และทุกคนที่อยู่ในระบบจะสามารถตรวจเช็คข้อมูลประวัติการทำธุรกรรมทั้งหมดได้ว่าน่าเชื่อถือเพียงใด เพียงแต่จะไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของธุรกรรมนั้น ซึ่งบล็อกเชนนี้เองนำไปสู่การเกิดขึ้นของสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ต่างๆ มากมาย โดยเปรียบเสมือนเหรียญแทนเงินที่มีมูลค่าต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการในสกุลเงินนั้นๆ ปัจจุบันคริปโทฯ มีราว 1,600 สกุลเงิน แต่ที่คนไทยรู้จักมากที่สุดคือบิทคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายรองรับบิทคอยน์ให้สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ดังนั้นหากใครได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในช่วงหลังก็จะเห็นได้ว่าห้างร้านต่างๆ ขึ้นป้ายบอกราคาสินค้าเป็นสกุลเงินบิทคอยน์ ไม่เพียงเท่านี้บิทคอยน์ในประเทศญี่ปุ่นยังนำไปจ่ายค่าบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านราเม็งข้างทาง ใช้จ่ายค่าล้างรถที่คาร์แคร์ หรือแม้แต่ใช้ในการซื้อที่อยู่อาศัยก็สามารถทำได้

สำหรับประเทศไทยได้มีการออกพรก.ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งครอบคลุมเงินดิจิทัลเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เองก็ได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ ทำการทดลองออกสกุลเงินดิจิทัล ชื่อ “อินทนนท์” โดยสกุลเงินนี้จะมีลักษณะเป็น Wholesale Central Bank Digital Currencies หรือ CBDC ซึ่งจะใช้เพื่อทำการทำธุรกรรมระหว่างแบงก์ชาติและธนาคารพาณิชย์ และระหว่างธนาคารพาณิชย์ด้วยกัน เพื่อลดต้นทุนการทำธุรกรรม นอกจากนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในประเทศสำหรับร้านค้ารายย่อย และกำลังทดลองที่จะนำบล็อกเชน มาใช้งานในหลายๆ ภาคส่วนของรัฐ ซึ่งมองว่าแบงก์ชาติสามารถออกเหรียญดิจิทัลใช้ประชาชนทั่วไปใช้ได้ ก็น่าจะช่วยลดต้นทุนเรื่องการโอน หรือแม้แต่สามารถประหยัดค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้อีกด้วย ซึ่งหากเป็นเหรียญดิจิทัลที่ออกโดยแบงก์ชาติ ประชาชนก็จะให้ความเชื่อถือเพราะทางการน่าจะมีมาตรการออกมาป้องกันการเก็งกำไรและการฟอกเงินไว้อย่างดีจึงตัดความกังวลเรื่องความผันผวนไปได้

สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศนั้น สกุลเงินดิจิทัลไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนการจ่ายเงิน และลดค่าธรรมเนียมด้านการทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นไปได้ง่ายขึ้น จับต้องได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถซื้อขายกันได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านธนาคาร ซึ่งต่างจากก่อนหน้าที่นักลงทุนเปรียบเทียบการลงทุนในตลาดหุ้นว่ามีความได้เปรียบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากการลงทุนในหุ้นนั้นสามารถลงทุนได้ในจำนวนน้อย สามารถซื้อได้แม้กระทั่งเศษหุ้น และหุ้นบางตัวยังมีราคาเป็นหลักสตางค์ นักลงทุนจึงสามารถซื้อสะสมได้เรื่อยๆ ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์นั้นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เพราะไม่มีการแบ่งออกขายเหมือนกับหุ้น อีกทั้งหากต้องการใช้เงินก็ไม่สามารถขายได้ในระยะเวลารวดเร็วเหมือนกับหุ้น อย่างไรก็ตามได้มีผู้นำเอาแนวคิดเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาใช้กับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการออกเหรียญดิจิทัล (Digital Tokens) แล้วเทรดผ่านแพลตฟอร์มยกตัวอย่างเช่นกำหนด 1 เหรียญมีค่าเท่ากับเนื้อที่ 1 ตารางเมตร ก็จะทำให้เราสามารถซื้อบ้านในพื้นที่กี่ตารางเมตรก็ได้ อีกทั้งยังสามารถกระจายความเสี่ยงด้วยการซื้อบ้านในหลายๆ ทำเล เช่นเดียวกับการซื้อหุ้นที่กระจายความเสี่ยงในหุ้นหลายๆ บริษัทนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านี้ บล็อกเชนยังช่วยให้คนซื้อบ้านสามารถระดมทุนจากนักลงทุนภายนอกได้โดยไม่ต้องกู้เงินจากสถาบันการเงิน หรือแม้กระทั่งหากเรามีหนี้ที่กู้มาซื้อบ้านที่ยังผ่อนชำระไม่หมด ก็สามารถนำบ้านบางส่วนออกมาแปลงเป็นโทเคนแล้วขายให้แก่นักลงทุน ซึ่งบ้านนั้นก็ยังเป็นของเราอยู่ และนักลงทุนเองก็จะได้กำไรจากการขายทำกำไรเปลี่ยนมือในตลาด ซึ่งบล็อกเชนไม่ได้จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์จำกัดอยู่แค่ที่อยู่อาศัยเท่านั้น ยังสามารถเอื้อต่อการเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่นโรงงาน หรือห้างสรรพสินค้าได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม บล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัลก็เป็นเหรียญสองด้าน ที่นอกจากจะสร้างโอกาสและช่วยทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ง่ายขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในแง่ที่การควบคุมเรื่องมูลค่าที่แท้จริงและการเก็งกำไรจากฝูงชน ตลอดจนเรื่องปัจจัยเสี่ยงเช่นการฟอกเงิน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าบล็อกเชนในตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพและพัฒนานำไปใช้อย่างไร หากสามารถนำข้อดีของเทคโนโลยีบล็อกเชนและแนวคิดสกุลเงินดิจิทัลมาใช้ในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุมความเสี่ยงได้ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจะทำให้การลงทุนคึกคักขึ้นครับ

Add Friend Follow